Fatal Frame 4 and me....01

posted on 20 Sep 2008 08:22 by kuronekonotubo

หลังจากที่ร้องขอความช่วยเหลือจากเมื่อประมาณสองสามเอนทรี่ที่แล้ว ก็เงียบเป็นเป่าสาก (ฮา) ก็เลยตัดสินใจว่าเราจะทำโปรเจกต์สนองตัญหานี่เองดีกว่า ฮะฮะฮะ (หาเรื่อง....)

โดยขอตั้งชื่อโปรเจ็กต์ที่ไม่มีเวลาทำว่า "แอ๊บเนียนเล่าเรื่องประหนึ่งเล่นเอง" ฮะฮะฮะฮะ

เอาล่ะ เรามาพูดถึง Fatal Frame กันดีกว่า เพราะคิดว่าคงมีหลายคนแอบสงสัย

Fatal Frame คือ ยะหยัง?

ก็คือชื่อซีรีย์เกมของเครืองเกมคอนโซลเกมหนี่ง (ที่ไม่ระบุตัวเครื่อง เพราะภาคหลังๆ มันออกให้กับหลายเครื่อง)

ซึ่งในภาคแรกมันเป็นเกมที่ทำออกมาลงกับเครื่องเพลย์หนึ่งในยุคโพลิกอนเริ่มหายเหลี่ยม (บ่งบอกถึงความเก่าของเกมได้เป็นอย่างดี)

ซึ่งเกมนี้เป็นอีกเกมที่ชื่อเรียกตอนออกในญี่ปุ่น กับตอนออกในต่างประเทศมีชื่อเรียกคนละอย่าง (ที่ก่อนหน้าก็มีอย่าง Bio Hazard ที่ต่างประเทศจะเรียกว่า Resident Evil  หรือเกม Samurai Spirit ต่างประเทศก็จะใช้ชื่อว่า Samurai Shoudown)

โดยตอนออกในญี่ปุ่นจะใช้ชื่อว่า Project Zero แต่ออกในต่างประเทศจะใช้ชื่อ Fatal Frame ซึ่งคนไทยที่เล่นเกมซีรีย์นี้ ส่วนใหญ่จะรู้จักชื่อแบบหลังมากกว่า เราก็จะขอเรียกแบบอย่างหลังนะจ๊ะ รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ก็ไปตามอ่านเป็นภาษาปะกิตได้ที่ลิงคนี้ detail (ที่ไม่แปะของไทย เพราะเนื้อหาที่เห็นๆ เขียนกันเป็นการเป็นงานส่วนใหญ่ก็คือแปลออกมาจากที่เว็บอังกฤษเขาทำกันอีกทีนั่นแหละ)

ขอบอกไว้ก่อนว่า แมวไม่เคยได้เล่นเกมซีรีย์นี้เลยสักภาค (แม้ภาคหนึ่งจะลงเพลย์หนึ่ง แต่ตอนนั้นเป็นช่วงที่ตัวเองห่างจากการเล่นเกมไป ก็เลยไม่ได้เล่น) แต่ที่ชอบจนต้องตามข่าวคราวเกมนี้ทุกภาค ก็เพราะแนวคิดของเรื่องที่มันแหวกดี

แนวคิดที่ว่า "ใช้กล้องถ่ายรูปดูดพลังผีได้"

ก็เป็นแนวคิดแจ่มๆ ที่ไม่ค่อยมีใครคิดกัน เพราะถ้าพูดถึงการปราบผีแล้ว ถ้าเป็นอาวุธก็มักจะเป็นแบบสิ่งที่ดูก็รู้ว่ามันเป็นอาวุธ ไม่งั้นก็จะว่าด้วยเรื่องเครื่องรางของขลัง เวทมนตร์คถา

ไม่เคยเจอประเภท ของที่ไม่น่าจะเอาไปใช้ปราบผีได้ ก็เอามาทำให้มันปราบผีได้

ซึ่งการเป็นแค่กล้องปราบผี ก็ยังไม่แจ่มพอเท่ากับที่ มันสามารถอัพตัวมันเองได้ด้วยการเปลี่ยนเลนส์และฟิลม์!!!!!!

สุดยอดดดดดดดดดดดด TECHMO คิดด้ายยยยยยยยยย!!

แต่ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าเป็นทีมงานที่สร้างเกมนี้ต่างหากที่นับว่าไอเดียแจ่มเป็นที่ยิ่ง เพราะถ้าเป็นทีมสร้างทีมอื่น ก็อาจจะคิดแค่ว่าเป็นกล้อง ถ้าจะเปลี่ยนให้แรงขึ้น ก็คงจะเปลี่ยนที่ตัวกล้องกันไปเลย แบบจากรุ่นอนาล็อก เป็นดิจิตัล

แต่การเปลี่ยนกลไกเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้อาวุธของเราแรงขึ้นด้วยการเปลี่ยนเลนส์ และชนิดของฟิลม์ เป็นอะไรที่ตัวเองคิดว่า สุดยอดว่ะ คิดได้ไงวะ

และที่สำคัญ ไฮไลท์ อันเป็นที่มาของชื่อเกมภาคภาษาอังกฤษคือ ระยะ Fatal Frame!!!!

แน่นอนว่า ถ้าเป็นตามปกติการสู้กับผี หากคิดถึงเกมทั่วๆ เราอาจจะได้เห็นแค่ว่ากล้องมันปล่อยพลังยิงใส่ผี ติ๊ต่างเป็นค่าซูมไกล ซูมใกล้ได้ล่ะมั้ง ถ้าเป็นซูมไกล ก็อาจจะค่าพลังผีลดน้อยหน่อย ซูมใกล้ค่าพลังผีลดมากหน่อย และอาจมีท่าคอมโบ กดรัวยิงลำแสงใส่ผี ฮะฮะฮะ

แต่อันนี้เนื่องจากเวลาต่อสู้ จะเสมือนจริงมาก เพราะภาพจะตัดเข้าแบบเวลาคุณยกกล้องขึ้นถ่าย เพราะฉะนั้นคุณก็จะเห็นภาพเหมือนเวลา คุณยกกล้องขึ้นถ่ายจริงๆ ดังนั้น มันจึงไม่มีมาให้คลิ๊กระหว่างยกกล้องสู้ผีว่าเราจะซูมใกล้ซูมไกล หรือจะเซ็ตเป็นยิงรัว

และคุณจะถ่ายผียังไงก็ได้ จะถ่ายผีออกมาเต็มหน้าจอ ถ่ายผีเบลอ ถ่ายออกมาบลาๆ ค่าก็จะลดหลั่นตามที่โปรแกรมมันเซ็ตเอาไว้

แต่ถ้าจะให้แจ่ม แม้จะถ่ายผีเบลอ ก็ยังลดพลังผีเยอะ ก็นี่เลย เล็งผีให้อยู่ในระยะที่มีสัญลักษณ์บางอย่างเกิดขึ้นที่หน้าจอ เหมือนกับเรารอสัญญาณแฟลชขึ้น แล้วก็กดถ่าย

ซึ่งไอ้สัญลักษณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกลางหน้าจอเวลาเรายกกล้องขึ้นเล็งเมื่อผีโผล่อยู่ในระยะๆ หนึ่งในเฟรม จะเรียกกันว่า ระยะ Fatal Frame

โดยสัญลักษณ์ที่ว่านี้จะต่างกันไปแล้วแต่กล้องนะจ๊ะ

และนอกจากเกมนี้จะแจ่มที่กล้องแล้ว ยังแจ่มที่ให้ตัวละครที่ฟัดกับผีนั้นเป็นน้องหนูสู้ๆ อีกต่างหาก

แน่นอนว่าพอพูดถึงเกมแนวส่งนังหนูไปสู้ผี ไม่ว่าจะเป็นซีรีย์ Clock Tower  (ภาคหนึ่งที่ถือเป็นมาสเตอร์พีซขนานแท้ ที่ทำเอาตอนแมวเล่นครั้งแรกๆ เกือบหัวใจจะวายคาหน้าจอทีวี - -") Parasite Eve หรือ Bio Harzard ภาคหลังๆ ไดโนไครซิส ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนังหนูพันธุ์ถึก เท่ หุ่นเพรียว ดูก็รู้ว่าสร้างมาเพื่อวิ่งสู้ฟัดจริงๆ หรือไม่ก็หงอแตกเหมือนนังหนูในซีรียส์ Clock Tower ที่ออกแนวสาวฮิคิโมริจริงๆ ให้ตายเหอะ

แต่สำหรับซีรีย์นี้ นังหนูที่จะมาท้าสู้ผี มีแต่สาวน้อยโมเอะกันซะเกือบทั้งนั้น (หากไม่นับภาคสามที่เป็นอะเจ๊ แต่ก็เป็นอะเจ๊สไตล์สาวญี่ปุ่น ที่ยังไงก็ไม่ดูวิ่งสู้ฟัดอยู่ดี) แม้ภาคหนึ่งความโมเอะจะยังไม่ส่องประกาย เพราะโพลิกอนเป็นเหตุ ทำให้เกมนี้ตอนแรกยังไม่ดังในเมืองไทย ฮะฮะ

แต่พอภาคสองไต่ระดับไปแตะอยู่ที่เพลย์สอง โพลิกอนงามขึ้น รัศมีโมเอะเปล่งประกาย  กับอิทธิ์ฤทธิ์คู่ยูริหยุดโลกสองศรีพี่น้องฝาแฝดมิโอะมายุ เกมนี้ก็เลยเป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น - -"

ก็เลยเหมือนจะเป็นต้นแบบให้เกมสู้ผีหลังๆ มีตัวละครเอกเป็นสาวน้อยอ้อนแอ้น แต่ไม่ค่อยหงอ มาวิ่งสู้ผีแทน

และนอกจากตัวละครกับกล้องแล้ว ก็ต้องคอนเซปต์ของเกมภาคแรก ที่นำเอาเรื่องราวจริงๆ มาดัดแปลง กับความลี้ลับในปราสาทแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ว่ากันว่ามีคนเสียชีวิตในปราสาทนั้นอย่างเป็นปริศนา ก็เลยทำให้แมวค่อนข้างสนใจ แถมในภาคสองนั้นก็ยังมีการซ่อนสัมพันธภาพระหว่างตัวละครในภาคนี้กับในภาคหนึ่งได้อย่างแยบยล อาฮุๆ ก็เลยเป็นเกมซีรีย์ภาคต่อที่น่าคาดหวัง (หลังจากน้ำตาตกในไหลพรากไปกับซีรีย์ Clock Tower ที่ออกทะเลไปอย่างกู่ไม่กลับ) จึงตามคุ้ยต่อไปจนถึงภาคสามและภาคสี่....

To be continue.......

Comment

Comment:

Tweet

คนไทยส่วนใหญ่ก็รู้จักแต่เพลง ไม่ก็เกมภาคนี้แหละเมี๊ยว (ภาคผีเสื้อแดงคือภาคสอง)

แนวคิดอยากที่คุณกระรอกโฉดว่ามาถูกต้องแล้วล่ะเมี๊ยว ทางทีมงานผู้สร้างเขาก็ว่าอย่างนั้น (จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นความเชื่อส่วนใหญ่ของคนเอเชียเลยล่ะมั้ง เพราะคนไทยสมัยก่อน พวกคนจีนก็เป็นเหมือนกัน)

แต่ที่บอกว่าแจ่ม เพราะเขาหยิบสิ่งที่ถูกมองข้ามไปมาใช้น่ะเมี๊ยว

#2 By kuroneko on 2008-09-21 17:44

เกมนี้ผมรู้จักแต่เพลงของภาคผีเสื้อแดงครับ

แต่ว่าเรื่องกล้องถ่ายรูปปราบผีนี่ น่าจะได้แนวคิดมาจากความเชื่อสมัยก่อนของญี่ปุ่นที่ว่า ถ้าโดนถ่ายรูปแล้วจะถูกดูดวิญญาณไป และในสมัยก่อนเวลาคนจะถ่ายรูปมักจะหาตัวแทนมาอยู่ตรงกลางภาพ เพราะตรงนั้นจะโดดดูดวิญญาณไปมากที่สุด (จนถึงสมัยนี้ มิโกะบางคนก็ยังไม่อนุญาตให้ใครมาถ่ายรูป)open-mounthed smile

#1 By กระรอกโฉด on 2008-09-21 10:13