ตอบคุณ mmm ค่ะ
posted on 29 Jun 2008 15:50 by kuronekonotuboไม่ได้จะปิดบล็อกนี้นะคะ เพียงแค่ปิดเอนทรี่เพราะมันตีกันเยอะ (ไม่เข้าใจทำไมทุกคนถึงชอบคิดว่าจะปิดบล็อกหนี)
ไม่คิดว่าการที่ตัวเองเขียนเอนทรี่จากที่คุณคอมเมนต์จะทำให้คุณคิดแบบนั้น ต้องขอโทษด้วยค่ะ
ที่ตัวเองยกคอมเมนต์คุณขึ้นมาเป็นกระทู้ใหม่ เพราะเห็นว่ากระทู้เดิมมันตกไปแล้ว คอมเมนต์ของคุณเองตัวเองก็คิดว่าน่าสนใจ มีหลายคนเลยทีเดียวที่น่าจะคิดเหมือนคุณก็เลยยกขึ้นมา ถ้าหากทำให้คุณคิดว่าการยกขึ้นมานั้น เพื่อที่จะหาเรื่อง หรือโวยวายต้องขออภัยด้วยค่ะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ
คำตอบเกี่ยวกับคอมเมนต์ของคุณ สุดแค่ว่าตัวเองคิดว่าเนื่องจากมันเป็นงานรับจ้าง การที่คนจ้างจะมาคิดว่าตัวเองตั้งเงื่อนไขเกินไปมั้ย มันคงไม่เกี่ยวกัน ถ้าคุณคิดว่ามากเกินไป ไม่ทำ คนจ้างก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะคุณไม่ใช่ลูกจ้างเขา เขาก็แค่เอาไปให้คนอื่นที่รับก็เท่านั้น
ส่วนเนื้อหาในเอนทรี่ที่เป็นเนื้อหาหลักชื่อเดียวกับหัวข้อเอนทรี่นั้น สืบเนื่องมาจากคำพูดของคุณ ทำให้ตัวเองนึกถึงคำพูดของคนแปลที่เคยได้ยินมาบ่อยๆ ทำให้เขียนลงไปว่า ก็มีคนคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า จะบอกว่าเซนซิทิฟกับคำพูดของคุณ เพราะตอนอ่านคอมเมนต์ของคุณก็แค่นึกว่าทำไมเอาไปเทียบกับลูกจ้างเสียล่ะ เฉยๆ
แต่พอนึกไปถึงว่าคำพูดนี้ก็คล้ายๆ กับที่คนแปลบางคนหลุดออกมา พอคิดไปฟิลว่าคนแปลพูดแล้วมันจี๊ดจริงๆ
เช่นเดียวกับที่นึกขำคอมเมนต์ของคุณ ก็เพราะคิดโยงไปถึงเรื่องคล้ายๆ กันดังที่แจ้งไว้ในคอมเมนต์ที่หนึ่ง เพราะมัวแต่พล่ามน้ำท่วมทุ่งมาก เลยลืมบอกลงไปในเนื้อหา และที่ต้องแจ้ง ก็เพราะหลังจากโพสต์ไปแล้ว มาอ่านดูอีกรอบ ก็รู้สึกกลัวเหมือนกันว่า ไปบอกว่าขำ เดี๋ยวจะนึกว่านึกเยาะคอมเมนต์คุณอีก (ซึ่งตอนอ่านทวนก่อนโพสต์ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันอาจจะคิดไปในแง่นั้นได้ แต่เมื่อทิ้งไว้สักพักกลับมาดูอีกรอบ ปรากฎว่าอาจจะทำให้นึกแบบนั้นได้ แต่โพสต์ทิ้งระยะไปแล้ว เลยไม่ได้อิดิทข้อความ แต่ใช้เป็นแก้ไว้ที่คอมเมนต์แทน เพราะไม่รู้ว่าขณะนั้น คุณเข้ามาอ่านแล้วหรือยัง)
ซึ่งแน่นอนว่า เนื้อหาในเอนทรี่อันที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นการตอบคอมเมนต์ของคุณ ยอมรับว่าใส่อารมณ์จริงๆ เพราะเมื่อนึกถึงสภาพตอนที่ตัวเองได้ยินคำนั้น ณ ช่วงเวลานั้น จากคนแปล มันโมโหสุดๆ
คุณเป็นคนรับงานทั้งที่รู้เงื่อนไขก่อนแท้ๆ คุณจะมาคิดมาพูดมาทำแบบนี้ได้ยังไง ตัวเองคิดว่าไม่รับผิดชอบจริงๆ แต่ตอนเขียนดันไปอ้างอิงกับคำพูดของคุณ โดยลืมนึกไปว่ามันอาจทำให้คุณคิดแบบนี้ไปได้ เพราะตอนเขียนคิดถึงแต่เรื่องที่คนแปลคิดแบบนี้ไปแล้ว เรื่องคอมเมนต์ของคุณหลุดหายไปจากหัว เพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าในเนื้อหา ตัวเองจะย้ำบ่อยมากว่า ถ้าคิดว่าเงินมันน้อย ไม่ต้องรับก็ได้ รับได้ บ่นได้ แต่งานขอความกรุณาทำออกมาให้ดีด้วย ไม่ได้บอกว่า ถ้าคิดว่าเงินมันน้อยกว่าคุณสมบัติก็ไม่ต้องมาสมัครสิ และบอกด้วยว่า สิ่งที่เขียนต่อจากการตอบคอมเมนต์คุณ เป็นความคิดแมวล้วนๆ และเห็นว่าคนอื่นที่เขามาคอมเมนท์ ส่วนใหญ่ก็เห็นไปในทางเดียวกัน(หรือเปล่าหว่า) กับแมวว่า ในเมื่อคุณรับงานมาแล้ว ก็ต้องทำให้ดี ไม่ได้เกี่ยวกับว่าตั้งคุณสมบัติสูงไปหรือเปล่า หรือเงินน้อยไปรึเปล่า
ดังนั้น ถ้าทำให้คุณคิดแบบนั้น ก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ เพราะที่ตัวเองโมโหในเอนทรี่ที่ยกคอมเมนต์คุณมาตอบไม่ใช่ตัวคุณ แต่เป็นคนแปลที่คิดแบบนั้นและทำงานแบบขอไปทีเท่านั้นค่ะ แต่เผอิญมันดันเขียนอยู่ในเอนทรี่เดียวกัน ถ้าจะทำให้คุณนึกว่าคิดอะไรกับคอมเมนต์คุณมากจนลุกขึ้นมาโวยวายก็ต้องขออภัยค่ะ
)
) ส่วนค่าจ้างไม่รู้จะเอาอะไรมาเรียกแทนดี จะเรียกให้ดูดีขึ้นว่าเงินเดือนก็คงไม่ได้ใช่ไม๊คะ ในเมื่อคนแปลการ์ตูนส่วนใหญ่คนแปลประจำ? มี idea ดีๆก็เสนอมาได้ค่ะว่าอยากให้ใช้คำว่าอะไร จะได้ไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีไงคะ)
เมี้ยวยังเครียด
โดยส่วนตัวนะ...
ความจริงไอ้คำว่า สมบูรณ์แบบ กับ พอดีกับค่าจ้าง มันก็แล้วแต่ใครจะเข้าใจว่ามันอยู่ตรงไหน
ความยากง่าย พอดีหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ เงื่อนไข ประกอบกับนานาจิตตังละน้อ
บางทีทั้งยาก ทั้งเงินน้อย แต่รับงานนั้น... ก็มี (ดีกว่าตกงานนี่หว่า)
บางทีงานง่าย เงินดี แต่หารครึ่ง (งานและเงิน)กับเพื่อนซะงั้น ... เพราะมันไม่สนุก แต่ภายหลังโดนบ่นหูยานเลยเพราะเพื่อนไม่สันทัด กลายเป็นงานยากของมันไปซะงั้น
... ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะ
แต่เห็นด้วยกะเมี้ยวเรื่องว่า มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบในขอบเขตที่ถูกว่าจ้าง ไม่ใช่อันเดอร์หรือโอเวอร์อะไรหรอก ถ้าเขาจ้างเราแล้วก็แสดงว่าเขามองเห็นว่าเรามีคุณสมบัติที่เขาต้องใช้ และเขาก็จ้างเราแค่ในขอบเขตคุณสมบัติพวกนั้น... ส่วนสิ่งอื่นๆ ที่เรามีแต่เขาไม่ได้ใช้ เขาก็ไม่ได้เสียเงินจ้างมันด้วยหรอก
... ชะตากรรมอันโหดร้ายของฟรีแลนซ์
เพราะงั้นมันคงไม่เหมือนการเป็นลูกจ้างที่อาจได้ค่าเกีรยตินิยมอันดับหนึ่ง หรือค่าที่คุณจบจากมหาลัยชื่อดังเพิ่มเติมจากฐานเงินเดือน หรืออื่นๆ ทั้งที่บางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้คุณสมบัติอย่างนั้นมันช่วยในงานตรงไหนหว่า
เช่นคุณอาจเป็นฝ่ายขาย แต่คุณรู้ภาษาเยอรมันด้วย คุณเลยได้ค่าภาษาทั้งที่คุณไม่มีลูกค้าเยอรมันสักคน (และก็คงไม่มีเพราะคุณอยู่ฝ่ายในประเทศ)สิ่งเดียวที่เป็นภาษาเยอรมันในที่ทำงานคุณคือแคตตาล็อก ซึ่งคนอื่นๆ ที่ไม่รู้เยอรมันก็สามารถอ่านชื่อสินค้าเหล่านั้นได้เช่นกัน ข้อได้เปรียบเดียวของคุณคือ คุณสามารถออกแอกเซ่นได้ถูกต้องกว่าเท่านั้น
ที่ยกมานั้นสมมติ คงไม่มีที่ไหนทำแบบนั้นจริงหรอก
ว่าแต่... ดิฉันเข้าใจเรื่อง อันเดอร์ โอเวอร์ผิดไปปะเนี่ย เริ่มไม่แน่ใจตัวเอง ฮ่าฮ่า
#1 By sansaryus on 2008-06-30 00:18