ตอบคุณ mmm ค่ะ

posted on 29 Jun 2008 15:50 by kuronekonotubo

ไม่ได้จะปิดบล็อกนี้นะคะ เพียงแค่ปิดเอนทรี่เพราะมันตีกันเยอะ (ไม่เข้าใจทำไมทุกคนถึงชอบคิดว่าจะปิดบล็อกหนี)

ไม่คิดว่าการที่ตัวเองเขียนเอนทรี่จากที่คุณคอมเมนต์จะทำให้คุณคิดแบบนั้น ต้องขอโทษด้วยค่ะ

ที่ตัวเองยกคอมเมนต์คุณขึ้นมาเป็นกระทู้ใหม่ เพราะเห็นว่ากระทู้เดิมมันตกไปแล้ว คอมเมนต์ของคุณเองตัวเองก็คิดว่าน่าสนใจ มีหลายคนเลยทีเดียวที่น่าจะคิดเหมือนคุณก็เลยยกขึ้นมา ถ้าหากทำให้คุณคิดว่าการยกขึ้นมานั้น เพื่อที่จะหาเรื่อง หรือโวยวายต้องขออภัยด้วยค่ะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

คำตอบเกี่ยวกับคอมเมนต์ของคุณ สุดแค่ว่าตัวเองคิดว่าเนื่องจากมันเป็นงานรับจ้าง การที่คนจ้างจะมาคิดว่าตัวเองตั้งเงื่อนไขเกินไปมั้ย มันคงไม่เกี่ยวกัน ถ้าคุณคิดว่ามากเกินไป ไม่ทำ คนจ้างก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะคุณไม่ใช่ลูกจ้างเขา เขาก็แค่เอาไปให้คนอื่นที่รับก็เท่านั้น

ส่วนเนื้อหาในเอนทรี่ที่เป็นเนื้อหาหลักชื่อเดียวกับหัวข้อเอนทรี่นั้น สืบเนื่องมาจากคำพูดของคุณ ทำให้ตัวเองนึกถึงคำพูดของคนแปลที่เคยได้ยินมาบ่อยๆ ทำให้เขียนลงไปว่า ก็มีคนคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า จะบอกว่าเซนซิทิฟกับคำพูดของคุณ เพราะตอนอ่านคอมเมนต์ของคุณก็แค่นึกว่าทำไมเอาไปเทียบกับลูกจ้างเสียล่ะ เฉยๆ 

แต่พอนึกไปถึงว่าคำพูดนี้ก็คล้ายๆ กับที่คนแปลบางคนหลุดออกมา พอคิดไปฟิลว่าคนแปลพูดแล้วมันจี๊ดจริงๆ 

เช่นเดียวกับที่นึกขำคอมเมนต์ของคุณ ก็เพราะคิดโยงไปถึงเรื่องคล้ายๆ กันดังที่แจ้งไว้ในคอมเมนต์ที่หนึ่ง เพราะมัวแต่พล่ามน้ำท่วมทุ่งมาก เลยลืมบอกลงไปในเนื้อหา และที่ต้องแจ้ง ก็เพราะหลังจากโพสต์ไปแล้ว มาอ่านดูอีกรอบ ก็รู้สึกกลัวเหมือนกันว่า ไปบอกว่าขำ เดี๋ยวจะนึกว่านึกเยาะคอมเมนต์คุณอีก (ซึ่งตอนอ่านทวนก่อนโพสต์ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันอาจจะคิดไปในแง่นั้นได้ แต่เมื่อทิ้งไว้สักพักกลับมาดูอีกรอบ ปรากฎว่าอาจจะทำให้นึกแบบนั้นได้ แต่โพสต์ทิ้งระยะไปแล้ว เลยไม่ได้อิดิทข้อความ แต่ใช้เป็นแก้ไว้ที่คอมเมนต์แทน เพราะไม่รู้ว่าขณะนั้น คุณเข้ามาอ่านแล้วหรือยัง)

ซึ่งแน่นอนว่า เนื้อหาในเอนทรี่อันที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นการตอบคอมเมนต์ของคุณ ยอมรับว่าใส่อารมณ์จริงๆ เพราะเมื่อนึกถึงสภาพตอนที่ตัวเองได้ยินคำนั้น ณ ช่วงเวลานั้น จากคนแปล มันโมโหสุดๆ

คุณเป็นคนรับงานทั้งที่รู้เงื่อนไขก่อนแท้ๆ คุณจะมาคิดมาพูดมาทำแบบนี้ได้ยังไง ตัวเองคิดว่าไม่รับผิดชอบจริงๆ  แต่ตอนเขียนดันไปอ้างอิงกับคำพูดของคุณ โดยลืมนึกไปว่ามันอาจทำให้คุณคิดแบบนี้ไปได้ เพราะตอนเขียนคิดถึงแต่เรื่องที่คนแปลคิดแบบนี้ไปแล้ว เรื่องคอมเมนต์ของคุณหลุดหายไปจากหัว เพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าในเนื้อหา ตัวเองจะย้ำบ่อยมากว่า ถ้าคิดว่าเงินมันน้อย ไม่ต้องรับก็ได้ รับได้ บ่นได้ แต่งานขอความกรุณาทำออกมาให้ดีด้วย ไม่ได้บอกว่า ถ้าคิดว่าเงินมันน้อยกว่าคุณสมบัติก็ไม่ต้องมาสมัครสิ และบอกด้วยว่า สิ่งที่เขียนต่อจากการตอบคอมเมนต์คุณ เป็นความคิดแมวล้วนๆ และเห็นว่าคนอื่นที่เขามาคอมเมนท์ ส่วนใหญ่ก็เห็นไปในทางเดียวกัน(หรือเปล่าหว่า) กับแมวว่า ในเมื่อคุณรับงานมาแล้ว ก็ต้องทำให้ดี ไม่ได้เกี่ยวกับว่าตั้งคุณสมบัติสูงไปหรือเปล่า หรือเงินน้อยไปรึเปล่า

ดังนั้น ถ้าทำให้คุณคิดแบบนั้น ก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ เพราะที่ตัวเองโมโหในเอนทรี่ที่ยกคอมเมนต์คุณมาตอบไม่ใช่ตัวคุณ แต่เป็นคนแปลที่คิดแบบนั้นและทำงานแบบขอไปทีเท่านั้นค่ะ แต่เผอิญมันดันเขียนอยู่ในเอนทรี่เดียวกัน ถ้าจะทำให้คุณนึกว่าคิดอะไรกับคอมเมนต์คุณมากจนลุกขึ้นมาโวยวายก็ต้องขออภัยค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โฮ่ๆๆๆ

เมี้ยวยังเครียด angry smile

โดยส่วนตัวนะ...

ความจริงไอ้คำว่า สมบูรณ์แบบ กับ พอดีกับค่าจ้าง มันก็แล้วแต่ใครจะเข้าใจว่ามันอยู่ตรงไหน

ความยากง่าย พอดีหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ เงื่อนไข ประกอบกับนานาจิตตังละน้อ

บางทีทั้งยาก ทั้งเงินน้อย แต่รับงานนั้น... ก็มี (ดีกว่าตกงานนี่หว่า)

บางทีงานง่าย เงินดี แต่หารครึ่ง (งานและเงิน)กับเพื่อนซะงั้น ... เพราะมันไม่สนุก แต่ภายหลังโดนบ่นหูยานเลยเพราะเพื่อนไม่สันทัด กลายเป็นงานยากของมันไปซะงั้น

... ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะ

แต่เห็นด้วยกะเมี้ยวเรื่องว่า มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบในขอบเขตที่ถูกว่าจ้าง ไม่ใช่อันเดอร์หรือโอเวอร์อะไรหรอก ถ้าเขาจ้างเราแล้วก็แสดงว่าเขามองเห็นว่าเรามีคุณสมบัติที่เขาต้องใช้ และเขาก็จ้างเราแค่ในขอบเขตคุณสมบัติพวกนั้น... ส่วนสิ่งอื่นๆ ที่เรามีแต่เขาไม่ได้ใช้ เขาก็ไม่ได้เสียเงินจ้างมันด้วยหรอก

... ชะตากรรมอันโหดร้ายของฟรีแลนซ์

เพราะงั้นมันคงไม่เหมือนการเป็นลูกจ้างที่อาจได้ค่าเกีรยตินิยมอันดับหนึ่ง หรือค่าที่คุณจบจากมหาลัยชื่อดังเพิ่มเติมจากฐานเงินเดือน หรืออื่นๆ ทั้งที่บางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้คุณสมบัติอย่างนั้นมันช่วยในงานตรงไหนหว่า

เช่นคุณอาจเป็นฝ่ายขาย แต่คุณรู้ภาษาเยอรมันด้วย คุณเลยได้ค่าภาษาทั้งที่คุณไม่มีลูกค้าเยอรมันสักคน (และก็คงไม่มีเพราะคุณอยู่ฝ่ายในประเทศ)สิ่งเดียวที่เป็นภาษาเยอรมันในที่ทำงานคุณคือแคตตาล็อก ซึ่งคนอื่นๆ ที่ไม่รู้เยอรมันก็สามารถอ่านชื่อสินค้าเหล่านั้นได้เช่นกัน ข้อได้เปรียบเดียวของคุณคือ คุณสามารถออกแอกเซ่นได้ถูกต้องกว่าเท่านั้น

ที่ยกมานั้นสมมติ คงไม่มีที่ไหนทำแบบนั้นจริงหรอก

ว่าแต่... ดิฉันเข้าใจเรื่อง อันเดอร์ โอเวอร์ผิดไปปะเนี่ย เริ่มไม่แน่ใจตัวเอง ฮ่าฮ่า

#1 By sansaryus on 2008-06-30 00:18

อ้อ ลืมเล่า

วันก่อนโดนถามแหละว่า "ที่นี่ (สงวนนาม)มีคนเกลาเปล่าคะ เพราะถ้ามีก็จะทำงานได้เร็วขึ้นมากเลยค่ะ"

...

เอ่อ... ก็มีล่ะค่ะ แต่ว่าๆๆๆ ศักดิ์ศรีนักแปลมันหายไปไหนหมดล่ะคะเนี่ย

เอวังด้วยประการเช่นนี้แล

#2 By sansaryus on 2008-06-30 00:28

ยกมาขึ้นกระทู้ใหม่อีกแล้ว อันก่อนยังไม่ทันตอบเลย (ซึ่งเข้าไปดูบ้างแล้วเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะดูเหมือนมันจะไปคนละเรื่องเดียวกันเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ sad smile)

พรุ่งนี้เราต้องไปทำงานแต่เช้า คงไม่กลับไปตอบกระทู้นั้นแล้ว เอาเป็นว่าขอฝากคำถามไปคิดทบทวนดูนะคะ เผื่อจะได้กลับมาประเด็นที่คุยกันอยู่โดยไม่หลงทางไปมากกว่านี้

- จะขอทบทวนความเข้าใจว่า กระทู้ที่มาให้ความรู้เรื่องการเทสต์งาน และเราเข้าไปตอบ รวมถึงกระทู้ถัดมา ใจความสำคัญมันอยู่ที่ กระบวนการ และวิธีการคัดเลือกคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน นะคะ (ว่าเพราะเหตุใดคุณจึงเจอปัญหาจุกจิกจากคนมาเทสต์ ไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งแนะนำเกร็ดว่าทำอย่างไรจึงจะเทสต์งานได้ถูกใจคนคัดเลือกและสำนักพิมพ์ ฯลฯ)

- และ ใจความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ สภาพการทำงานหลังการตกลงจ้างงานแล้ว อย่างที่คุณได้เพิ่มเติมมายาวเหยียดในกระทู้ที่ 2 เลยค่ะ จากที่เราไปตอบอยู่ 2 comment จะเห็นว่าได้พยายามถึงประเด็นกลับมากระทู้แรกแล้ว เรื่องการเทสต์งานหรือการคัดคน ย้ำอีกทีนะคะว่าเรา ไม่ได้พูดถึงสภาพหลังการตกลงจ้างงานค่ะ นั่นมันเป็นเรื่องของคุณ ถ้าคุณอยากเขียนบทความให้ความรู้คนอ่านอีกก็ควรจะไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นนี้

- คำว่า สภาพการทำงานหลังการตกลงจ้างงานแล้ว นั้น หมายถึง “ความรับผิดชอบเมื่อตกลงรับงานแล้ว มีคุณภาพ เผางาน มีสปิริต ขาดสปิริต มีความรับผิดชอบ ขาดความรับผิดชอบ ฯลฯ” ที่คุณยกมาเขียนถึง (ยาวมากๆ) เพื่อสนับสนุนความคิดตัวเอง อันนั้นมันเป็นกรณีที่ตกลงว่าจ้างกันเรียบร้อยแล้วค่ะ เราว่ามันเป็นอีก step หนึ่งหลังจากการเทสต์งานและคัดเลือกไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับการเทสต์งานหรือคัดเลือกที่พูดกันอยู่เลย

- และเห็นคุณพยายามจะย้ำว่านี่เป็นงานที่เลือกรับหรือไม่รับก็ได้ ไม่มีใครบังคับ ถ้าเลือกจะทำแล้วก็ขอให้มีความรับผิดชอบ ไม่เถียงค่ะ เราเห็นด้วยอย่างมาก ถ้ารับงานวแล้วต้องมีความรับผิดชอบ แต่เราไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุยกันอยู่ (ย้อนกลับไปอ่านข้อ 1,2,3) ขอไม่ตอบประเด็นนี้นะคะเพราะนอกเรื่องแล้ว

- สำหรับกระทู้นี้ก็ไปกันใหญ่ ว่ากันไปเรื่องงานรับจ้างนั่น sad smile ถ้าจะให้คุยแตกประเด็นต่อจริงๆก็ยาวค่ะ เพราะเราก็มีมุมมองจากประสบการณ์ในการทำงานของเราเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกว่าเรายังปักหลักอยู่ที่กระบวนการและวิธีการคัดเลือกคนแปล ไม่ได้คิดจะมาต่อล้อต่อเถียงเรื่องสภาพการจ้าง เรื่องความรับผิดชอบ เรื่องจะอยู่ในสถานะลูกจ้างหรือสถานะอื่น (ที่จริงกฎหมายแรงงานก็ใช้คำว่า “การว่าจ้าง” "ลูกจ้างและพนักงาน" “ค่าจ้าง” สภาพการจ้างงาน” กันเป็นเรื่องปกตินะคะ แต่เอาล่ะถ้าคุณ sensitive กับคำนี้ เราใช้คำว่า นักแปล ก็แล้วกันค่ะ confused smile) ส่วนค่าจ้างไม่รู้จะเอาอะไรมาเรียกแทนดี จะเรียกให้ดูดีขึ้นว่าเงินเดือนก็คงไม่ได้ใช่ไม๊คะ ในเมื่อคนแปลการ์ตูนส่วนใหญ่คนแปลประจำ? มี idea ดีๆก็เสนอมาได้ค่ะว่าอยากให้ใช้คำว่าอะไร จะได้ไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีไงคะ)

#3 By mmm (58.9.138.203) on 2008-06-30 01:30

อีก commemt นึงนะคะ ไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อหาเท่าไหร่แล้ว และยาวเกินไปแล้วด้วย (นี่ขนาดยังไม่ได้อ่านที่คุณเขียนละเอียดเท่าไหร่เลย)

- "แต่พอนึกไปถึงว่าคำพูดนี้ก็คล้ายๆ กับที่คนแปลบางคนหลุดออกมา พอคิดไปฟิลว่าคนแปลพูดแล้วมันจี๊ดจริงๆ" < ตกลงก็คือคุณเอาสิ่งไม่ดีที่ฝังใจกับผู้ร่วมงานในอดีตของคุณ มาจี๊ดใส่เราเหรอคะนี่ sad smile พูดกันด้วยเหตุผลตามเป็นรายบุคคลดีกว่ามั้ยคะ ไม่อยากให้เหมารวมเลยค่ะ เหมือนจับแพะมาชนแกะ sad smile

- "ไปบอกว่าขำ เดี๋ยวจะนึกว่านึกเยาะคอมเมนต์คุณอีก" ก็ในเมื่อคุณบอกว่าอ่าน commemt ของ คุณ mmm แล้วขำ ถ้าคุณไม่ได้หมายถึงเราแล้วจะหมายถึงใครล่ะคะ? กิริยาคำว่าขำตีความได้ว่าอย่างอื่นด้วยเหรอ ตัวอย่างข้อความที่คุณยกมาก็คือ "คนเดี๋ยวนี้ยังไม่ทันแสดงฝีมือให้เห็นเลยก็รักแต่จะเรียกร้องค่าแรงสูงๆ" แล้วคุณคิดถึงเราแล้วขำ ไม่ว่าจะยกโวหารยังไงก็คืออ้างอิงคำพูดของคนอื่นมาเพื่อกดความคิดของเราให้ดูผิด และความคิดของคุณถูกต้องนั่นแหละค่ะ (ทั้งๆที่ไม่ได้จะมาหาความถูกความผิดเลย แค่อยากเสนอมุมมองเพิ่มเติม) เอาเป็นว่าช่างเถอะค่ะ เคยเจอบางคนที่ไม่รู้ตัวว่าคิดอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้วคิด และยังคิดว่าตัวเองทำดีพูดดีที่สุดแล้ว บางทีคุณคงจะเป็นอย่างนั้น แต่ยอมรับว่าอ่านที่คุณเขียนคร่าวๆในกระทู้นี้แล้ว คุณมีความสามารถในการไหลประเด็นและเขียนให้ดูดีจริงๆ ค่ะ ตอนแรกอ่านแล้วแทบจะเคลิ้มตาม

- มาคิดอีกทีเราว่าคุณ sensitive กับเรื่องค่าจ้างลูกจ้างอะไรมากเลยนะ ถามหน่อยคุณจบอะไรมาคะ บางคณะเขาจะบังคับเรียนกฎหมายแรงงานพื้นฐาน ถ้าคุณเคยผ่านมาบ้าง จะไม่คิดว่าศัพท์ที่เราใช้แปลกประหลาดและคิดไปในทางแปลกๆแบบนี้เลยค่ะ แต่ที่จริงมันเป็นสิ่งที่คนในวัยทำงานอย่างคุณควรจะต้องรู้และเข้าใจค่ะ

- เราชักเหนื่อยกับการไหลประเด็นของคุณแล้ว ถ้าไม่มีอะไรพาดพิงเพิ่มเติมอีกก็คงไม่ตอบ เพราะไม่ได้มาตอบเพื่อจะเอาเป็นเอาตายว่าเราต้องถูกและคุณต้องผิด (แต่ไม่รู้คุณคิดอย่างนี้หรือเปล่านะ) แต่ถ้าคุณยังอยากคุยต่อนะคะ หวังอย่างมากว่าจะกลับมาประเด็นแรกสุดในกระทู้นั้นได้ รับรองว่าไม่จับผิดไปทุกประโยคหรือทุกความคิดหรอกค่ะ ถ้าคุณเขียนแล้วมันดีมันเหมาะเราก็เห็นด้วยอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างหวังว่าจะจับคำพูดอะไรของเรามาตั้งกระทู้ใหม่หรือมาแตกประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องอีกนะ มึนค่ะ (หรือปกติคุณแมวก็ชอบตบประเด็นขึ้นหัวกระทู้ใหม่เพื่อต่อความอยู่แล้ว ใครตามอ่าน blog นี้ประจำบอกทีค่ะ?)

- แต่เราคิดว่าต้องมีกระทู้ใหม่อีกแน่ๆเลยค่ะ รอดู

ป.ล. คุณ sansaryus ที่คุณบอกว่า “แต่เห็นด้วยกะเมี้ยวเรื่องว่า มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบในขอบเขตที่ถูกว่าจ้าง ไม่ใช่อันเดอร์หรือโอเวอร์อะไรหรอก” > ก็ไม่ถูกประเด็นอีกนั่นแหละค่ะ เราไม่ได้พูดถึง “ หลังจากเข้าทำงานกับที่นั่นแล้ว พนักงานจะรู้สึกคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่าจ้าง พนักงานจะรู้สึกว่าค่าจ้างนั้นอันเดอร์หรือโอเวอร์ควอลิไฟล์เมื่อเทียบกับความยากง่ายของงาน” แต่เป็นเรื่องของ “อัตราค่าจ้างนั้นส่งผลต่อทัศนคติของผู้สมัครงานว่าจะอันเดอร์หรือโอเวอร์ควอลิไฟล์หรือไม่ ซึ่งทัศนคตินี้อาจส่งผลให้ผู้สมัครงานที่มีมาตรฐานสูงไม่เข้ามาสมัครงาน” ไม่เหมือนกันสักนิดค่ะ ลองอ่านดีๆ

ว่าแต่คุณเป็นฟรีแลนซ์หรือเปล่าล่ะคะ ถ้าเป็น เมื่อเทียบกับความยากง่ายของงานแล้ว คุณคิดว่าค่าแรงในปัจจุบันมันอันเดอร์หรือโอเวอร์ควอลิไฟล์ของคุณล่ะค่ะ และคุณคิดว่าอัตราค่าแรงนี้ส่วนมากดึงดูดผู้สมัครงานที่มีความรู้ ประสบการณ์ ดีกรี หรือแบ็กกราวด์ในระดับไหน (ยกตัวอย่างเงื่อนไขที่คุณแมวบอกมานะคะ ค่าแปลการ์ตูนในเบื้องต้นหน้าละ 10 บาท , เป็นคนใหม่ยังไม่มิสิทธิเลือกงาน , อาจแจ็กพ็อตเจอการ์ตูนหน้าละ 15-20 ช่อง , แปลพลาด ตกหล่น ต้องไปแก้งานให้ (คุณแมวไม่ได้แจ้งว่ามีค่าเดินทางค่าน้ำมันให้ด้วยหรือไม่) , บังคับเวลาเล่มละ 1 อาทิตย์ หรือเฉลี่ยเดือนละ 2-3 เล่ม ฯลฯ )

#4 By mmm (58.9.138.203) on 2008-06-30 01:31

ติดลมนั่งอ่านที่คุณเขียนต่อซะหน่อย เดี๋ยวไปนอนจริงๆ แล้วค่ะ =_="

สำหรับเนื้อหาในครึ่งหลังนะคะ

> ดังนั้น ถ้าทำให้คุณคิดแบบนั้น ก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ เพราะที่ตัวเองโมโหในเอนทรี่ที่ยกคอมเมนต์คุณมาตอบไม่ใช่ตัวคุณ แต่เป็นคนแปลที่คิดแบบนั้นและทำงานแบบขอไปทีเท่านั้นค่ะ แต่เผอิญมันดันเขียนอยู่ในเอนทรี่เดียวกัน ถ้าจะทำให้คุณนึกว่าคิดอะไรกับคอมเมนต์คุณมากจนลุกขึ้นมาโวยวายก็ต้องขออภัยค่ะ

ตกลงก็คือคุณคิดเรื่องคนแปลคนนั้นอยู่ พอมาเจอ commemt เราแล้วเลยจี๊ด เลยยก commemt เรามาตอบ "โดยที่ไม่ได้หมายถึงเรา" "ไม่ได้ตอบเรา"? ทั้งที่ระบุชื่อชัดว่า "คุณ mmm"?? ทั้งที่ตอบยาวมากเป็นสิบความเห็น??? แล้วมาบอกว่าเราคิดมาก "จนลุกมาโวยวาย" ไปเอง??? คุณไม่ได้คิดอะไรกับเราความเห็นเราจริงๆ เลยน่ะนะ????

สารภาพค่ะว่าเป็นอีกครั้งที่มึนกับวิธีการคิดและเขียนของคุณอย่างรุนแรง เราไม่รู้จะพูดยังไงแล้วจริงๆ ค่ะ ถึงตอนนี้ เราสงสัยนะว่าจะมีคนสักกี่คนที่อ่านแล้วเชื่อในที่คุณพยายามจะอธิบาย?

เราจะไม่บอกว่าคุณกำลังใช้สีข้างเข้าแถกนะคะ เพราะคุณเองก็คงไม่รู้ตัว แต่คุณมีพรสวรรค์ในการไหลประเด็นสุดยอดมากๆ อ่านแล้วเล่นเอาช็อกไป 5 นาที

คำขอโทษ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องก็ได้ ถ้าคุณไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ เราก็อึดอัดใจที่จะรับคำขอโทษของคุณค่ะ อ้อ นี่ไม่ได้หาเรื่องนะคะ ไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดอะไรคุณเป็นการส่วนตัว และไม่เกี่ยวกับสาระหลักๆ ที่พิมพ์ไปใน commemt ด้านบนด้วย แต่อยากบอกกันตรงๆ ว่าสิ่งที่คุณอ้างมามันไม่ make sense เลยสักนิดเดียวค่ะ

เราเป็นคนที่คุยกับคุณนะคะ จะไม่รู้สึกเชียวหรือว่าแรงกระแทกมันพุ่งมาหาตัวเราอยู่ หัวกระทู้ก็ขึ้นใหม่ถึงเราโดยตรง แถมยังเขียนอะไรยาวเหยียดเพื่อมาซักค้านความเห็นเราตลอด คุณอ้างอะไรง่ายไปรึเปล่าคะนี่ เด็กอนุบาลอ่านแล้วมันยังไม่เชื่อเลย

เวรกรรมจริ๊งงง ดิฉันขอซูฮกคุณจริงๆค่ะ

#5 By mmm (58.9.138.203) on 2008-06-30 02:23

ขออนุญาตเมี้ยวนะคะ

ขอตอบในส่วนที่คุณ mmm ถามตัวเองละกันน้อ แต่ไม่รู้คุณ mmm จะมาอ่านหรือเปล่าเนี่ยสิ

แต่ไม่ค่อยสบายใจ เหมือนตัวเองเป็นชนวนให้คุณโกรธมากขึ้นยังไงก็ไม่รู้แฮะ ไม่รู้คิดไองเปล่า เอาเป็นว่าขอตอบเพื่อความสบายใจส่วนตัวก็แล้วกันนะคะ

ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้ทำงานฝ่าย recruitment นะคะ เพราะฉะนั้นไม่รู้ว่าโดยทั่วไปเป็นอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าขอตอบในฐานะที่เคยเป็นพนักงานนั่งโต๊ะ คนจ่ายงาน outsource และในฐานะฟรีเเลนซ์นะคะ ทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกับบริษัทหนังสือค่ะ

ขอย้ำเพื่อความแน่ใจอีกที ไม่แน่ใจว่าเราเข้าใจความหมายของคุณผิดหรือเปล่า สิ่งที่คุณ mmm หมายถึง คือว่า ค่าจ้างมีผลต่อความอยากเข้าทำงานในบริษัทใดบริษัทหนึ่งใช่ไหมคะ??

หรือก็คือ คุณจะบอกว่า ที่เมี้ยวไม่ได้นักแปลอย่างที่เรียกร้องในกระทู้แรก ก็อาจจะเป็นเพราะว่าค่าจ้างถูกเกินไป ใช่ไหมคะ??

... อาจจะดูตรงไปหน่อย ขออภัยนะคะ

มาถึงความเห็นของเรา... ถ้าพูดจริงๆ ก็อาจจะใช่ค่ะ

งานไหนๆ ถ้าค่าจ้างถูก ไม่คุ้มค่าแรง เรียกร้องมากเกินค่าจ้าง ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากทำให้

แต่อย่างที่เราบอกเมี้ยวคือ ไอ้ความยากง่าย หรือจะโอเวอร์หรืออันเดอร์เนี่ย ใครจะเป็นมาตรฐานได้ล่ะ มากแล้วสำหรับคนหนึ่ง อาจจะน้อยสำหรับอีกคนหนึ่ง นานาจิตตังอ่ะเรื่องแบบนี้

ถ้าถามเราว่า สิ่งที่เเมวเรียกร้องในกระทู้แรกมันจะชวนให้คิดว่ายากสำหรับเราไหม คำตอบคือไม่ค่ะ สำหรับเรามันไม่ยากเลย

... แต่มันอาจจะยากสำหรับคนอื่น อันนี้ไม่รู้อ่ะ

ส่วนเรื่องงานที่คุณถามว่าตอนนี้คิดว่ามันอันเดอร์หรือโอเวอร์... ตอบง่ายๆ ว่า ก็ทั้งสองอย่างอ่ะค่ะ หลักในการรับงานของเราคือ ว่างก็รับ สนุกก็ทำ เอาเป็นว่าสุดท้ายหักลบค่าใช้จ่ายแล้วเหลือค่าตัวบ้างก็แล้วกัน

ถ้าคิดว่าค่าตัวถูกไป ก็ลองต่อรองเพิ่มดู รับได้ทั้งสองฝ่ายก็โอเค รับไม่ได้ก็แล้วกันไป เอาไว้คราวหน้ามีไรน่าสนใจอย่าลืมเรียกใช้บริการนะพี่ เท่านั้นเอง

แต่ขอย้ำอีกทีว่า "เรา" คนเดียวค่ะที่ตัดสินว่ามันโอเวอร์หรืออันเดอร์ คนจ้างเขาอาจจะคิดว่าราคานี้มันเหมาะสมแล้ว หรือมันแพงไป ทั้งที่เราคิดว่ามันถูกจะตายแล้วก็ได้

... tbc

(ขอโทษจริงๆ ค่ะ ขอตัดตอนเท่านี้ก่อน แบบว่านี่มันเลยเวลานอนของเราไปแล้วอ่ะ เลยลำดับความคิดไม่ค่อยดี เดี๋ยวจะสื่อสารผิดไปได้ แล้วจะมาต่อนะคะถ้าไม่โดนแมวล็อกคอว่ามาพล่ามอะไรในบล็อกคนอื่นเขาไปซะก่อน)







#6 By sansaryus on 2008-06-30 03:08