สืบเนื่องมาจากคอมเมนต์ที่ 53 ของคุณ mmm ในกระทู้ที่แล้วเมี๊ยว ขออนุญาตก๊อปข้อความของคุณยกมาขึ้นเอนทรี่ใหม่นะเมี๊ยว

"ก่อนอื่นต้องชมว่าสิ่งที่เขียนมาเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพนักแปลหรือรับงานแปลที่ เป็นมาตรฐานในฝันที่แสดงถึง

แต่ตามหลักการ recruitment ควอลิไฟล์ของลูกจ้างจำเป็นต้องไปด้วยกันกับค่าจ้างนะคะ ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า "อันเดอร์ควอลิไฟล์" หรือ "โอเวอร์ควอลิไฟล์"

รบกวนถามหน่อยได้ไม๊คะว่า สำนักพิมพ์ที่คุณแมวทำอยู่ให้ค่าแปลหน้าละเท่าไหร่ ให้เวลาเท่าไหร่ ให้ค่ารถค่าเดินทางเวลาเรียกไปแก้งานหรือไม่ มีเงื่อนไขต่างๆ ในการให้งาน และมีระยะเวลาในการโอนเงินยังไง มีค่าเล่มคาพิมพ์ให้หรือไม่ ฯลฯ ถ้าใส่ข้อมูลเหล่านี้มาด้วยจะเป็นการให้ข้อมูลอีกด้าน ที่คุณแมวเขียนมามันเป็นแค่ด้านหนึ่งเองค่ะ (ลงในรายละเอียดของระดับปฏิบัติ (งาน edit) ซะเป็นส่วนใหญ่ด้วย ไม่ใช่งานจัดการ/บริหาร)

สำหรับเรา งานแปลการ์ตูน หรือแม้แต่พ็อกเก็ตบุ๊คส์ตามสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ถามว่าคุณภาพทำไมไม่ work โดนใจคนอ่าน นอกจากความเอาใจใส่ของกอง บ.ก.แล้ว ประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งมันคือ ค่าจ้าง และการอันเดอร์ควอลิไฟล์หรือโอเวอร์ควอลิไฟล์นี่เองค่ะ อยากให้ผู้สนใจลองไปถามพวกที่ทำงานแปลจริงๆ ดูนะคะ อย่างนักแปลพ็อกเก็ตบุ๊คส์ , บทภาพยนตร์ , ซับอนิเม งานแปลการ์ตูนกว่า 80% เป็นงานเล็กๆที่คนแปลส่วนมากเอาเป็นงานรับจ๊อบหาค่าขนม อาจจะได้มุมมองไม่ครบถ้วนค่ะ"

 

ขอตอบคุณ mmm ก่อนนะเมี๊ยว

ตัวเองเขียนเอนทรี่ที่แล้ว สำหรับคนที่จะมาสมัครแปล ไม่ใช่มาเผยวิธี หรือวิถีชีวิตการทำงานแปลเมี๊ยว เพราะฉะนั้นในรายละเอียดของค่าจ้างแปลหรืออะไรต่างๆ นั้นจึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ไม่ใช่เป็นเรื่องการนำเสนอความข้างเดียวเมี๊ยว ขอความกรุณาเข้าใจด้วย

และตอนที่ได้อ่านคอมเมนต์ของคุณ mmm แล้ว ตัวเองก็รู้สึกขำๆ

แน่นอนว่า ถ้าคุณไปเทียบกับลูกจ้างทั่วไป ย่อมต้องมีคำนั้นแน่เมี๊ยว เพราะเขากำหนดอัตราเงินเดือน ต่อปริมาณและคุณภาพงานที่คุณต้องทำตามเกณฑ์ที่กำหนด ถ้าคุณรู้สึกว่าจำนวนปริมาณงานที่ต้องทำ กับศักยภาพที่ต้องใช้มันมากเกินเงินเดือน จะคิดถึงคำนั้นก็ไม่แปลก

แต่งานแปล จัดอยู่ถ้าจำไม่ผิด น่าจะอยู่ในข่ายของงานที่เขาจ้างทำ เพราะฉะนั้น คุณจะรับทำหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวคุณ ไม่เกี่ยวว่า คุณจะมีคุณสมบัติแค่ไหน ทำออกมาได้ดีรึเปล่า เรื่องนี้จะตีอยู่แค่ว่า คุณทำออกมาได้ผลงานดีตามที่เขาต้องการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้รึเปล่า ถ้าทำได้ คุณก็ได้ค่าจ้างไป ไม่ได้ คนว่าจ้างก็มีไม่จ่าย หรือมีสิทธิ์ไปฟ้องร้องอะไรก็ว่าไปตามเรื่องตามราว

เพราะฉะนั้น ถ้าว่ากันตามตรง คนจ้างจึงไม่จำเป็นจะต้องมาคิดว่าศักยภาพหรือคุณสมบัติคนทำกับค่าจ้างสวนทางหรือไปด้วยกันหรือไม่ ตราบใดที่คนที่เขาไปจ้าง ตกลงรับงานที่เขาจ้างตามเงื่อนไขที่กำหนด และผลงานออกมาได้ตามที่เขาต้องการ

ดังนั้นคุณสมบัติคนมาสมัครแปลที่ตั้งไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว แม้จะดูเป็นอุดมคติไปนิดส์นึงสำหรับค่าจ้าง แต่มันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราทำงานได้สำเร็จตามที่เขาจ้างเมี๊ยว (เพราะถ้าคุณทำไม่ได้ตามที่คนจ้างว่าจ้างมา ก็มีสิทธิ์ไม่จ่ายเงินคุณได้ เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลง แต่ปกติสำนักพิมพ์ก็จะไม่ทำอย่างนั้นกัน แม้จะมีสิทธิ์ทำได้ก็ตาม)

กลับเข้ามาเรื่องที่เป็นหัวข้อเอนทรี่กันดีกว่าเมี๊ยว (ต่อไปนี้ จะออกแนวความเห็นส่วนตัวแมวมากๆ เลยเมี๊ยวๆ)

ทำไมต้องทำให้ค่าจ้างแปลการ์ตูน VS กับคุณภาพงานแปลด้วยเมี๊ยว?

การได้ค่าจ้างแปลการ์ตูน เท่ากับแปลพอกเก็ตบุ๊ค หรือคุ้มกับคุณสมบัติที่จำเป็น มันเป็นแค่อุดมคติในฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้เมี๊ยว แม้แมวจะเคยหลอนตัวเองอยากให้เป็นแบบนั้นก็ตาม (ซึ่งเหตุผลจะกล่าวต่อไป)

ดังนั้นถ้ามองแค่ว่า อยากได้ของดีก็ต้องจ้างแพงๆ สิ จะได้ทำให้คุ้ม ถ้าคิดแค่นั้น บอกตามตรงเมี๊ยว ถ้านักแปลการ์ตูนดีๆ หลายคนคิดแค่นั้น ก็คงไม่มีการ์ตูนที่แปลดีๆ หลงเหลืออยู่แล้ว เพราะทุกคนก็จะแค่คิดว่าได้หน้าไม่กี่ตังค์จะต้องทำอะไรนักหนา (ซึ่งคำพูดนี้ ก็มีนักแปลหลายคนแอบหลุดมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ เวลาขอให้แก้งานนั่นนี่ ทั้งที่เป็นความผิดของตัวเองแท้ๆ)

และเพราะคนอีกส่วนก็คิดเหมือนคุณเช่นกัน นักแปลการ์ตูนดีๆ จึงเป็นสิ่งหายากในวงการนี้เมี๊ยว  เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนก็จะตัดใจ เมื่อเทียบระหว่างงานประจำกับงานแปลแล้วรายได้งานประจำมันมากกว่าเห็นๆ  และเมื่อคิดถึงค่าเงินที่จะได้กับค่าเสียเวลาแล้ว การค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อได้งานแปลดีๆ ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

เพราะฉะนั้นตัวเองถึงได้เขียนเอาไว้ในข้อสี่ของเอนทรี่ที่แล้ว ว่าอยากได้คนที่อยากแปลจริงๆ

แน่นอนว่าไม่ถึงกับต้องมาทำงานแปลอย่างเดียว เพราะที่บอเมี๊ยวเอง คนที่ทำงานแปลการ์ตูนอย่างเดียว ตอนนี้นับเล่นๆ อาจมีไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำ รวมเมี๊ยวเข้าไปด้วย ซึ่งเมี๊ยวเอง ทั้งตรวจเทสต์หรืออีดิทงานให้คนอื่น ตอนนี้ทำเป็นงานอาสาสมัครไม่ได้รับเงิน นอกจากที่อาการหนักจริงๆ

แต่ตัวเองไม่อยากได้พวกมาทำเพราะต้องการรายได้เสริมจึงมาแปล เพราะพวกนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะผลงานที่เราได้จากคนที่คิดแบบนั้น ส่วนใหญ่ต่อให้หน้าละไม่กี่ตังค์ ก็ไม่คิดว่าจะได้ผลงานที่ออกมาคุ้มกับค่าจ้างหน้าละไม่กี่ตังค์เหมือนกัน

และก็เหมือนที่ในหลายคอมเมนต์ในเอนทรี่ที่แล้วได้ให้ความเห็นไว้ ต่อให้ไม่ชอบหรือไม่ถูกใจตรงไหนในงาน ในเมื่อคุณรับที่จะทำแล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่

ถ้าคุณไม่ชอบใจ มีสิทธิ์ปฎิเสธไม่รับงานนั้นได้ ทางบอไม่ได้ให้เซ็นสัญญาทาสก่อนรับแปลว่า เมื่อเรารับคุณเป็นพนักงานแปลแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธจะไม่ทำงานแปลให้กับเรา หรือต่อให้ทำงานแปลกับทางบอแล้ว คุณก็มีสิทธิ์จะขอเลิกแปลเมื่อไหร่ก็ได้ สะดวกจะกลับมาแปลอีกเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน

ดังนั้น การที่คนที่รับงานมาหลังจากที่รู้ค่าแปลแล้ว เพราะที่บอ คนที่ผ่านเทสต์มารับงานชิ้นแรก จะได้รับการแจ้งรายละเอียดค่าแปลทุกคน  แต่กลับเผางานมาส่งเพราะได้ค่าจ้างน้อย หรือรู้ทั้งรู้ว่างานมันได้ไม่คุ้มอย่างที่ต้องการก็ยังทำต่อ แต่เผางานมาส่ง คนชนิดนี้ เรียกไม่มีความรับผิดชอบเมี๊ยว ไม่ใช่ว่าทำงานให้เท่ากับค่าจ้าง เพราะคนที่สามารถทำงานให้มันดีออกมาได้ ทั้งที่ได้ค่าจ้างเท่ากันก็ยังมีอยู่ 

เพราะในเมื่อคุณตัดสินใจรับงานแล้ว ก็เท่ากับคุณคิดแล้วว่างานนี้ค่าจ้างกับคุณสมบัติมันโอเวอร์ หรือไม่โอเวอร์สำหรับคุณหรือไม่ เพราะงานแปลการ์ตูน เป็นงานรับจ้าง รับไม่รับอยู่ที่คุณ

แต่ในฐานะคนจ้างแล้ว เขาตั้งเรทค่าจ้างมาแค่นี้ เขาก็คงคิดว่าคุ้มกันแล้ว เพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง บีบให้ไม่สามารถให้เพิ่มไปมากกว่านี้ หรือลดไปได้มากกว่านี้ (แม้ว่าจะอยากขึ้น หรืออยากลดค่าจ้างก็ตาม)

และที่ตัวเองให้ไปลองแปลมาก่อน ส่วนหนึ่งก็เพื่อลดทอนคนที่คิดแบบนั้น เพราะหลายคนเมื่อลองทำดูแล้วพบว่า งานแปลการ์ตูนไม่ได้หมูเหมือนอย่างที่คิด ก็จะได้ล้มเลิกไปเอง (ตัวอย่างที่เป็นจริง ก็สามารถไปหาอ่านได้ในหลายคอมเมนต์จากเอนทรี่ที่แล้ว) ดีกว่ามาเจอเทสต์ไม่กี่หน้า แล้วรับเข้ามาแล้ว ตอนหลังมาหนีหายไปไม่แจ้งทางบอ (ซึ่งเคสคนแปลหนีงาน หายหัวไปเลย ก็มีเยอะเหมือนกัน)

เป็นการเซฟเวลาทั้งคนมาเทสต์ และคนตรวจเทสต์เอง รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องสูญเสียไประหว่างการมาเทสต์ด้วย

แน่นอนว่าคนที่เทสต์ผ่าน และพอรู้ค่าจ้าง ไม่มาทำก็มีเยอะเช่นกัน จึงได้บอกว่า ไม่มีการบังคับ รับจะแปลหรือไม่ อยู่ที่คนรับงานตัดสินใจ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องหลังจากการเทสต์ผ่านแล้วเช่นกัน

ก็เหมือนกับการสมัครงานทั่วไป ที่น้อยมากจะมีการติดในใบรับสมัครว่าเงินเดือนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ ถ้าไม่คุยระหว่างการสัมภาษณ์ ก็หลังรับเข้าทำงานนั่นแหละ และก็มีอยู่บ่อยไป ที่ให้น้อยกว่าที่เราเรียก

แม้แต่ตัวเองหรือเพื่อนๆ ในวงการเดียวกัน เวลาไปอ่านตามบอร์ดการ์ตูน ที่บ่นเรื่องการแปล ก็ยังพูดกับคนอื่นๆ ด้วยซ้ำว่า โวยไปแบบนี้ อาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะค่าจ้างมันน้อย คนที่คิดว่าทำดีๆ ไม่คุ้ม ก็ย่อมเป็นเรื่องธรรดา คิดซะว่าโชคร้าย ดันมาเจอคนแปลมือไม่ถึง หรือสามัญสำนึกไม่ดีก็แล้วกัน

และถึงแม้เราจะไม่สามารถบังคับให้ทุกคนคิดอย่างที่ตัวเองคิดได้ แต่เราสามารถรวบรวมคนที่คิดแบบเดียวกับเราได้ เอนทรี่ที่แล้วจึงเกิดขึ้น

อาจจะมีคนถามว่า ทำไมสำนักพิมพ์ไม่ลงทุนบ้าง?

บอกตามตรงว่า ถ้าสำนักพิมพ์ทุ่มทุนจ้างคนแปล คิดอย่างสามัญธรรมดา กรรมก็จะไปตกอยู่กับคนซื้อหนังสือการ์ตูนนั่นแหละ เพราะค่าหนังสือมันต้องเพิ่มขึ้นแน่ๆ และไม่ใช่แค่ที่ละห้าบาทสิบบาท อาจจะขึ้นทีเป็นร้อยด้วยซ้ำ

เพราะต้องยอมรับว่า ยอดพิมพ์หนังสือการ์ตูนในไทย ไม่ได้ดีไปซะทุกเรื่อง

แน่นอนว่าตัวเองเขียนเอนทรี่นี้ และเอนทรี่ที่แล้ว ด้วยความรู้สึกควบกันทั้งคนที่ทำหน้าที่ตรวจเทสต์ คนอ่าน และคนที่ทำงานแปลอยู่

ดังนั้นถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าแมวไม่เคยบอกเลยว่า ต้องการคนแปลคุณภาพคับแก้วชนิดเทพ เพราะมันเป็นงานที่ถ้าคิดแบบคุณ mmm มันก็ไม่คุ้มนะ สำหรับคนคุณภาพคับแก้ว จึงไม่ได้ต้องการขนาดนั้น  แต่ส่วนหนึ่งตัวเองต้องการคนที่ผ่านการลิ้มรสชาติการแปลการ์ตูนมาแล้ว ผ่านทางกุศโลบายในเรื่องการไปลองแปลทั้งเล่ม

เมื่อได้รับรู้แล้วว่า การแปลการ์ตูนมันเป็นยังไง คุณพร้อมจะรับการแปลการ์ตูนแบบเต็มๆ แล้วหรือไม่ ถ้าพร้อมก็มา ที่เหลือ ก็มาวัดใจด่านสุดท้ายกันตอนผ่านเทสต์ว่าคุณจะรับค่าจ้างแปลได้หรือไม่ เพราะนอกนั้น อย่างเรื่องค่าจ้างแปล มันเป็นสิ่งที่รู้กันทั่วไป ว่าควรบอกกันในกาลเทศะแบบไหน

บอกจากใจจริงเลยว่า ผลงานแปลที่ดีๆ นี่ ออกมาจากใจรักในการแปลของคนแปลจริงๆ เพราะถ้าคิดอย่างที่คุณ mmm คิด ค่าจ้างมันก็สวนทางกับคุณภาพที่ต้องการนั่นแหละ

และที่ไม่ดี ก็ใช่ว่าจะเป็นเพราะเขาไม่รักการแปล แต่เพราะมือไม่ถึง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คนประเภทนั้น ถ้าคุณได้ดูเนื้องาน ก็จะรู้ว่าถึงมือไม่ถึง แต่พยายามให้ผลงานออกมาดีเป็นยังไง ดังนั้นสำหรับคนประเภทนี้ ถึงสำนวนจะไม่ค่อยดี ผลงานพอใช้ แต่แมวก็รู้สึกดีกับความตั้งใจของเขา (ยกเว้นมือไม่ถึงแต่ดันทุรังในบางกรณี)

กับอีกพวก ทำไปงั้นๆ เพราะเห็นว่าค่าจ้างแปลน้อย ทำเพราะได้แต่อะไรไม่อยากทำ ในเมื่อคุณไม่ได้ปฏิเสธเอง หรือปฎิเสธไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่คุณรับงานเขามาทำแล้ว การที่คุณทำมันออกมาไม่ดี สำหรับแมวแล้ว ตีได้อย่างเดียวคือไม่รับผิดชอบ

จริงอยู่ว่า ตัวเองเวลาท้อๆ ก็รู้สึกเหมือนกันว่า ทำไมอยากได้งานดีๆ อยากให้แปลงานยากๆ แต่กลับให้ค่าจ้างเมี๊ยวนิดเดียววะ (แต่สุดท้ายถึงได้ค่าจ้างแค่ไหน ก็ทำงานแบบเต็มสตีมอยู่ดี แต่ไม่ต่ำไปกว่าเรทที่แมวตั้งราคาต่ำสุดเอาไว้นะเมี๊ยว)

งานทุกงาน คุณภาพงานขึ้นอยุ่กับค่าจ้าง แต่ในขณะเดียวกันทุกงาน มีกำแพงเรทสูงสุดของงานแต่ละงานอยู่ ไม่ว่าคุณจะทำดีแค่ไหน ค่าจ้างคุณก็ไม่มีทางโด่งเกินเรทสูงสุดอยู่ดี ทั้งนี้ งานแต่ละงานมีเรทสูงสุดไม่เท่ากัน

ดังนั้น คุณเลือกงานนั้นเพราะอะไร อยากทำ? หรือเรทค่าจ้างสูงสุด?

ถ้าเพราะเรทค่าจ้างสูงสุด ตอนนั้นคุณค่อยคิดเถอะว่า เรทค่าจ้างนั้นมัน vs กับคุณภาพรึเปล่า?

ถ้าเลือกเพราะอยากทำ แล้วทำไมต้องมานั่งคิดด้วยว่าค่าจ้างมัน vs กับคุณภาพการแปล?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ลืมบอกไปว่า ที่อ่านคอมเมนต์คุณ mmm แล้วขำเป็นเพราะอะไร

ตอนอ่านตรงพูดถึงค่าจ้างมันสัมพันธ์กับความยากของงานรึเปล่า มันทำให้นึกถึงบล็อกของคนหนึ่งในเอ็กซ์ทีน ที่เขาเคยพูดถึงวิธีการเลือกงานของคนสมัยนี้มา

แล้วในบล็อกเขาก็จะบ่นว่าคนสมัยนี้ยังไม่ทำแสดงศักยภาพให้เห็นเลยว่า ตัวเอง ทำได้เท่ากับเงินเดือนที่ต้องการหรือเปล่า ก็จะเรียกร้องเอาเงินเดือนสูงๆ ซะแล้ว

อ่านคอมเมนต์คุณแล้วมันพาลคิดไปถึงเนื้อหาในบล็อกนั้นแล้วก็เลยขำน่ะ - -"

#1 By kuroneko on 2008-06-27 05:38

คล้ายๆนักเขียนการ์ตูน(ไทย)เลยแฮะ...sad smile
ฮะฮะ จะว่าไปก็คล้ายๆ เมี๊ยว เพียงแต่รายได้จริงๆ แล้วไม่ได้แย่ขนาดนักเขียนการ์ตูนเท่านั้น แต่นักเขียนการ์ตูนบางที่ก็อาจจะดีกว่าหน่อยตรงที่ว่ามีเงินเดือนประจำอยู่ ไม่ได้นับเป็นรายชิ้นเหมือนแปลการ์ตูน

#3 By kuroneko on 2008-06-27 06:43

จริงๆ แล้วที่เขียนเอนทรี่นี้ออกมาทำนองนี้ ก็ไม่ได้อยากให้ใครมายอมรับว่า เพราะเงินมันน้อย เลยแปลเหียก ดังนั้น เราคนอ่านมาทำใจกันเถอะ

เพราะทุกอย่างคนที่รับงานมาแปลเป็นคนตัดสินใจ ไม่ว่าจะตัดสินใจเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม

เมื่อรับแล้ว ทำงานชุ่ยๆ ออกมา เพราะบอกว่า ได้เงินเท่านี้ ฉันก็ทำเท่านี้ล่ะ ตัวเองก็รู้สึกว่ามันน่าเกลียดมากๆ อยู่ดี

เพราะฉะนั้นถ้ารู้ว่าเท่านี้ ก็จะทำให้แค่นี้แหละ ก็อย่ารับมาทำเลย เพราะยังมีคนอีกเยอะ ที่ถึงแม้เท่านี้ ก็ยังจะทำอย่างดีก็ยังมีอยู่อ่ะนะ

#4 By kuroneko on 2008-06-27 06:55

อยู่ที่ความเป็นมืออาชีพครับ
รับงานแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด
เพราะผลงานนั้นจะเป็นตัวบอกศักยภาพของตัวคุณเอง
ผลงานออกมาห่วย คงจะไปแก้ตัวกับใครไม่ได้ big smile

#5 By berserkrabbit on 2008-06-27 07:15

embarrassed embarrassed อ่านแล้วยังไม่รู้เลยว่า หน้าละเท่าไรembarrassed embarrassed

#6 By genkilee9 (117.47.200.49) on 2008-06-27 07:51

เรื่องค่าจ้างสัมพันธ์กับคุณภาพงานแปลหรือไม่ ปุยคิดว่า ที่จริงก็อาจมีส่วนบ้างล่ะค่ะ เพราะเพื่อนก็เคยทำไพเรท ได้ค่าจ้างน้อยแต่ก็ไม่ต้องรับผิดชอบกับคำแปลตัวเองเท่าไหร่ ไม่เหมือนของลิขสิทธิ์(ตามที่เข้าใจนะคะ)แต่โดยมากงานก็เร่ง คิดว่าเพราะตรงนี้ทำให้รีบปั่นงานออกมาด้วยหรือเปล่านะembarrassed
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแปลดีหรือไม่ดีน่าจะขึ้นอยู่กับกำลังใจในการทำงานด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นงานสำนักพิมพ์หรืออย่างงานออฟฟิศที่ปุยทำ คิดว่าโดยพื้นฐานแล้วถ้าสภาพแวดล้อมการทำงานดี สวัสดิการดี มีความสะดวกสบายใจในการทำงาน น่าจะทำให้พนักงานทำงานออกมาได้ดีนะคะ รู้สึกว่าต้องอาศัยใจรักจริงๆเลยนะนี่

#7 By ปุย (58.8.194.230) on 2008-06-27 11:42

คุณ ปุย ก็อย่างที่บอกไปแหละเมี๊ยว ว่างานทุกงานคุณภาพขึ้นอยู่กับค่าจ้าง และเรทค่าจ้างในแต่ละงานก็แตกต่างกันไป

ซึ่งตามสำนักพิมพ์ทั่วไปเรื่องค่าจ้างเขาก็ได้แจ้งตอนไปรับงานหรือตอนบอกผลผ่านอยู่แล้ว และอาจจะมีแจกแจงรายละเอียดระยะเวลาการทำงานในบางกรณีด้วย

คุณจะรับหรือไม่รับก็อยู่ที่คุณตัดสินใจ การรับทั้งๆ ที่รู้เงื่อนไขแล้วทำออกมาเพราะบอกว่างานมันให้เงินฉันได้แค่นี้ แล้วต้องเร่ง ฉันก็ทำได้แค่นี้สิ ตัวเองก็ยังรู้สึกอยู่ดีกว่า เป็นความมักง่ายและความไร้ความรับผิดชอบของคนรับเอง จะมาบ่นอะไร นอกเสียจากว่า จะโดนหลอก หรือเผลอไปหลงกลอะไรเข้า นั่นก็อีกเรื่อง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรปั่นงานส่งหรือเผางานจนคุณภาพแย่เกินไป เพราะคนที่เสียตังค์ให้กับผลงานของเราเขาไม่รู้อิโหน่อิ%

#8 By kuroneko on 2008-06-27 14:48

มันก็พูดลำบากจริงๆนั่นแหละนะ ถ้าเพิ่มเงินค่าจ้างก็จะดึงดูดให้คนอยากแปลมากขึ้น แต่มันก็เป็นการผลักภาระไปให้ผู้บริโภค แต่ถ้าค่าจ้างน้อย นักแปลหลายคนก็ไม่ค่อยอยากแปลอีก...

...ถ้าใจไม่รักจริงๆนี่คงอยู่วงการนี้ได้ไม่ยาวนะเนี่ย...sad smile Hot!

#9 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-06-27 15:04

อืม...เป็นความรู้ๆ ใจรักกับจำนวนเงินมักสวนทางกันsad smile แต่ถ้าหาจุดร่วมตรงกลางได้ล่ะก็น่าจะเป็นอาชีพที่มีความสุขทะเดียวbig smile Hot!

#10 By (^_^)/nana on 2008-06-27 15:09

ขอโทษ เนทหลุดระหว่างพิมพ์ มันเลยกลายเป็นคอมมเมนต์ไปซะจิ๊บ

ต่อๆ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรปั่นงานส่งหรือเผางานจนคุณภาพแย่เกินไป เพราะคนที่เสียตังค์ให้กับผลงานของเราเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย และคนที่เขียนผลงานมาให้คุณแปลเขาก็ไม่รู้อิโหน่อีเหน่อีกเช่นกัน อย่างน้อยไม่รู้สึกเคารพนายจ้าง ค่าจ้างมันแย่ ก็ขอให้คิดถึงความรู้สึกของคนที่ต้องมารับผลกรรมจากการทำงานของคุณ เพียงเพราะคุณรู้สึกว่าเงินมันน้อยบ้าง อย่างน้อย ก็ขอให้ทนจนงานชิ้นนั้นเสร็จ นอกนั้นจะสาปส่งคนจ้างหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ

อย่างเรื่องของไพเรทตัวเองไม่แน่ใจว่ามีการบอกล่วงหน้าเรื่องค่าแปลรึเปล่า หรือตัวเพื่อนของคุณปุยได้กล้าคุยกับทางคนจ้างรึไม่ (แม้บางครั้งอาจจะดูเป็นคำถามละลาบละล้วง แต่สำหรับการทำงานกับไพเรทที่ความเสี่ยงสูง จึงเป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถถามเรื่องพวกนี้ได้ด้วยภาษาสุภาพ หรือแม้แต่กับสำนักพิมพ์เอง คุณก็มีสิทธิ์ถามได้เช่นกัน มันเป็นสิ่งที่คุณมีสิทธิ์ที่จะรู้)

อย่างของตัวเองเวลาจะทำกับไพเรทจะมีการถามก่อนว่าให้เรทค่าแปลเท่าไหร่ ถ้าเร่งหรืออะไร เงื่อนไขไม่ผ่านอย่างที่ควรจะเป็น ก็ไม่รับงาน หรือยุติการไปขอแปลกับที่นั่นเมี๊ยว

#11 By kuroneko on 2008-06-27 15:19

อย่างที่บอกว่าอยู่ที่การตัดสินใจ และความคิดของคนแปลก่อนที่จะตกลงรับงานรึไม่ล้วนๆ ในเรื่องนั้น และเมื่อตกลงรับงานมาแล้ว ถึงจะไปบ่นทีหลังเรื่องค่าจ้างหรือเวลายังไง ก็ควรจะมีสามัญสำนึกทำงานออกมาให้ดี เพราะคุณรับงานมาแล้วเหมือนที่คุณberserkrabbit บอก

แน่นอนว่ารายละเอียดปลีกย่อย วิธีการทำงานด้วยกันในเรื่องบางอย่างนั้นอาจจะต้องไปเจอกันตอนทำงานร่วมกันแล้ว

แต่ถ้าการทำงานร่วมกันแล้วมีอะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบใจ คุณสามารถทำเสร็จชิ้นเดียวแล้วเลิกได้ (นี่จึงค่อนข้างเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของงานรับจ้าง ที่แตกต่างจากงานประจำ)และเขาก็สามารถจะเลิกจ้างคุณต่อด้วยเหตุผลเดียวกันได้เช่นกัน

#12 By kuroneko on 2008-06-27 15:20

จริงๆ ตามหลักทั่วไปไม่ค่อยมีใครมาบอกเรื่องเงินเดือน หรือเรื่องค่าจ้างนู่นนี่กันในที่สาธารณะหรอกนะคุณ genkilee9

แต่เห็นคุณสงสัยนัก จะบอกเรทต่ำสุดให้

ตอนนี้เรทต่ำสุดของแปลการ์ตูนสำหรับพวกมือใหม่ และสำหรับคนย้ายที่แปลจะอยู่ที่หน้าละ สิบ ถึง สิบสอง ทั้งไพเรทและสำนักพิมพ์ (สำหรับไพเรทบางทีอาจจะสตาร์ทที่หน้าละห้า)

ถ้าใครได้เรทต่ำกว่านี้ ก็เลิกทำเหอะ มันเป็นเรทต่ำกว่ามาตรฐาน

ระยะงานต่อชิ้น แล้วแต่การกำหนดและการคุยกัน ทั่วไปจะเล่มละอาทิตย์

แต่บางคนถ้าคุณภาพดีจริงๆ สามารถเรียกสตาร์ทสูงกว่านี้ได้ เช่นเดียวกับค่าแปลในเล่มต่อๆ ไปของคุณก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

อีกทั้งบางงานก่อนรับคุณก็สามารถเจรจาค่าแปลได้เช่นกัน ถ้าเรียกไปสูง เขายอมจ่าย ก็เป็นเรื่องของการตกลง หรือถ้าไม่ยอมจ่ายก็เป็นเรื่องของการตกลงอีกเช่นกัน

#13 By kuroneko on 2008-06-27 15:21

และถ้าถามว่าเรทที่ได้ทุกวันนี้เป็นกลางรึยัง ถ้าดูจากปริมาณความยากง่ายของเนื้อหางานทั่วไปที่มีอยู่ในท้องตลาด บวกปัจจัยอื่นๆ ก็ต้องยอมรับว่าเรทเป็นกลางแล้ว

แต่อาจจะไม%E

#14 By kuroneko on 2008-06-27 16:01

แต่อาจจะไม่ค่อยคุ้มนักสำหรับคนที่ได้แต่งานยากๆ เพราะนี่เป็นค่าจ้างเรทงานถัวเฉลี่ย สำหรับงานที่ได้รับซึ่งอาจจะมีได้ทั้งยากง่ายคลุกเคล้ากันไป เพราะคนจ้างถือว่า เผื่อคุณได้งานง่ายๆ เขาก็ไม่ได้ลดค่าจ้างคุณให้สมกับความไม่มีอะไร (มันก็ถูกของเขา)แต่ถ้าได้งานยากๆ คุณก็มีสิทธิ์เลือกจะเรียกร้อง และเขาก็มีสิทธิ์จะไม่ทำตาม ซึ่งคุณก็มีสิทธิ์เลือกไม่รับเช่นกัน

แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่งานง่ายๆ นักสำหรับคนไม่ค่อยเข้าใจภาษาญี่ปุ่น และไม่มีทักษะด้านนี้

แต่สำหรับคนที่ทักษะคล่องในระดับหนึ่ง มันก็ไม่ใช่งานที่ยากขนาดรู้สึกว่าต่อให้เป็นงานทั่วไประดับนี้เป็นเรทที่ไม่คุ้ม เพราะมันเป็นสิ่งที่ติดตัวคุณอยู่แล้ว

#15 By kuroneko on 2008-06-27 16:06

เห็นด้วยคะ ไม่ว่าจะจ้างเท่าไหร่ แต่คุณรับงานเค้ามาแล้วคุณก็ต้องทำให้ดีที่สุดสิ
ไม่งั้นรับมาทำไมตั้งแต่แรก ถ้าคิดว่าเงินแค่นี้ ไม่จำเป็นต้องทำดีๆหรอก แบบนั้นก็อย่ารับงานเลยตั้งแต่แรกดีกว่า จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย

#16 By LonelyFairy on 2008-06-27 16:22

ขอบ่นนอกเรื่องนิด วันนี้เนทกระตุกสุดๆ - -"

โพสต์ได้ไม่ต่อเนื่องเลย

ต่อๆ อีกรอบ

ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณไปมองแต่เนื้องานที่ยากๆ คุณก็จะรู้สึกว่าไม่คุ้ม หรือมองแค่หน้าละไม่กี่

#17 By kuroneko on 2008-06-27 17:15

ใช่ค่ะ เพราะว่าเวลาผิดพลาดอะไร อย่ามาใช้คำว่า "พี่เบลอ"
ฮะฮะ คุณปลาทอง นั่นก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เสียใจนะ

ถ้าไปถามใครเรื่องนี้ตัวเองก็ยังนึกเสียใจอยู่ เป็นบทเรียนเลยล่ะ (แม้จะยังคิดอยู่เสมอว่า ทำไมคนอื่นเบลอกกับตู ตูไม่เห็นคิดมากแบบนี้มั่งวะก็ตาม)

แน่นอนว่าถ้าคุณทำผิดพลาดอะไรแล้วยอมรับ แม้บางครั้ง การยอมรับจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย แต่อย่างน้อย มันก็ดีกว่า แถไปเรือยๆ ยืนยันหนักแน่นว่าเราไม่เคยทำผิด ทุกคนทำผิดในงานกันได้

เมื่อขอโทษไปแล้วอย่างสำนึกผิดจริงๆ อีกฝ่ายจะรับรู้หรือไม่นั้นมันก็ช่วยไมได้ล่ะนะคุณปลาทอง

เพราะบางครั้งคำพูดหรือท่าทางที่ดูดีมันก็ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะจริงใจด้วยรึเปล่าหรอกนะ สำหรับเรามันอาจจะดูเพียงพอแล้ว แต่ถ้าคนอื่นไม่เพียงพอมันก็ช่วยไม่ได้

ก็เหมือนบางคน ปากบอกว่าไม่ๆ ไม่ได้ตามดูไม่ได้ตามอะไร ไม่ได้คิดมาก เลิกแล้วต่อกันไปแล้ว

ก็ยังคิดมาก เอาชาวบ้านเขาไปด่าลับหลัง คอยตามสโตรก์เกอร์ และเห็นโผล่เป็นระยะ จ้องจะทำลายคนอื่นไม่เลิก

บางครั้งย้อนกลับไปดูตัวเองบ้างมั้ย ว่าชีวิตตัวเองตอนนี้เป็นยังไง คนที่ตัวเองคิดแค้นเขาเป็นยังไง เลวลงหมดค่าอย่างที่ตัวเองต้องการมั้ย? หรือตัวเองกันแน่ที่เป็นคนหมดค่า

ถ้ามีเวลาฟื้นฝอยหาตะเข็บนัก ว่างๆ ก็นัดมาเจอกันเคลียร์สักหน่อยดีมั้ยคุณ ไม่ใช่มาคอยด่าเสยแบบนี้

การเจ็บแค้นแทนคนอื่นมันก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกนะ คนเป็นเพื่อนกันเจ็บแค้นแทนกันไม่แปลก

แต่ไม่เลิกรังควานแทนคนอื่น ทั้งที่คนอื่นเขายุติการกระทำไปนานแล้ว ว่างๆ ก็ลุกขึ้นมาด่าเสย ไม่รู้สึกตัวเองประหลาดบ้างรึไง

///

ว่าแต่กระทู้นี้มันจะกลายเป็นการตีกันไปแล้วรึเปล่าเนี่ย

#19 By kuroneko on 2008-06-27 17:39

อย่าคิดว่าเราคอยราวีเล้ย มันก็แล้วแต่เนื้อหาที่คุณจะเขียนเองแหละนะ เพราะมันเป็นที่สาธารณะนี่นา อีกอย่าง ขอบอกว่ามีคนโยนลิงค์มาให้ ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้คุณแต่อย่างใด (รับรองว่าเป็นคนที่คุณคิดไม่ถึงหรอก)

จริงๆถ้าพูดในฐานะคนเคยรู้จักกัน ว่า คุณควรจะลดเซลฟ์ลงซักนิด อย่างเรื่องการแก้งานบงกช ก็ทำเอาคนคอมจะออกหมดบงกชแล้ว

อีกอย่าง เราว่าเราอยู่ในเนื้อหาเอ็นทรี่นะ ไม่ได้นอกประเด็นแต่อย่างใดquestion

ถ้าอยากเคลียร์กันว่า ให้ต่างคนต่างอยู่ เราก็เห็นด้วยนะ
เพราะบางทีมันก็ขำๆเวลาที่เห็นคุณคอยระแวงว่าคนอื่นเป็นศัตรูเนี่ย บางเอ็นทรี่เราอ่านดีเลย์ไปหลายอัน ว่าจะฝากบอกลูกหมูว่า ถ้ามีอะไรพาดพิง วันหลังช่วยเมล์มาก็ได้นะ จะได้ไม่ดีเลย์
อ๊ะ โพสต์ข้อความไม่ติด กระทู้นี้กำลังจะกลายเป็นการตีกันซะแล้ว จะตีกันหรือไม่โปรดติดตามอ่านต่อไป - -

สำหรับตัวเอง ตอนนี้การพูดแก้ตัวที่ฟังดูดีเวลาเกิดข้อผิดพลาดจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ให้ได้แค่เพียงความรู้สึกดีชั่วครู่เท่านั้น และยิ่งกับคนที่ตัวเองคิดว่ารู้จักพอประมาณ ก็ยิ่งไม่มีการปรุงแต่งมากขึ้นเท่านั้น และคิดไปเองฝ่ายเดียวว่า อีกฝ่ายคงจะเข้าใจ

แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่เข้าใจและรู้สึกว่านั่นไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น ไม่จริงใจทำให้รู้แย่ สำหรับตัวเองการจะไปตอแยบอกแต่ว่าขอโทษนะขอโทษ หรือลุกขึ้นมาพูดด้วยความโมโหว่า ก็ขอโทษไปแล้ว แล้วจะให้ทำยังไงวะ ก็ไม่ใช่เรื่องอยู่ดี

และเพราะผลจากการกระทำของตัวเอง ทำให้ความสัมพันธ์ในด้านใดด้านหนึ่งกับอีกฝ่ายไปกันต่อไม่ได้ ก็ช่วยไม่ได้ ตัวเองทำได้แค่เป็นบทเรียนเท่านั้น ระวังอย่างสุดความสามารถไม่ให้เกิดขึ้นอีก

และถ้ารู้ว่าระวังแล้วก็อาจจะเกิดขึ้นอึก ในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอืนครั้งต่อไป ก็จะบอกล่วงหน้าไว้เลยว่าอาจเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นเพราะแบบนี้ๆ รับได้ ก็มาจอยกัน ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ลางเนื่อชอบลางยาจริงๆ

#21 By kuroneko on 2008-06-27 18:18

เคยคิดอยากแปลหนังสือมากเลยคะ อิอิ....
แต่แปลที่ไรก็ไม่ดีซะที ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ
แต่ไม่เคยคิดว่าถ้าจะแปลงานต้องเอางานที่แพงๆ
คิดแต่ว่าได้งานแปลอะไรมาก็จะทำให้ดีที่สุด
เท่าที่เรามีความสามารถนั้นคะ ไม่เลือกคะ
เพราะชอบ....
อิอิ...แต่ตอนนี้ต้องเรียนให้จบก่อนคะ ฝันไว้ไกล...
confused smile

#22 By MiZaKi:GM on 2008-06-27 19:18

ขอนอกเรื่องเป็นคอมเมนต์สุดท้าย

เพื่อขอโทษคนอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้แล้วเจอแมวลุกขึ้นมาโวยวายอะไรสักอย่าง แล้วเสียความรู้สึก

กรุณาคิดซะว่าไอ้คอมเมนต์ติดกันเมื่อสักครู่นี้ เป็นเหมือนโฆษณาคั่นจังหวะรายการก็แล้วกัน เพราะตัวเองไม่มีความคิดที่จะเอาออกอยู่แล้ว ปล่อยไว้เป็นการประจานแมวดำไปอย่างนั้นแหละดี เผื่อคนที่คิดจะกระทำแบบเดิม จะได้รู้ว่า ตัวเองไม่เคยลืมความผิดที่ได้ไปกระทำกับใครเขาไว้ แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เผื่อจะได้เลิกทำพฤติกรรมซ้ำๆ เสียที

และก็บอกไว้ด้วยว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่จะสนใจคนที่เข้ามาโพสต์ข้อความอะไรสักอย่างที่ตัวเองคิดว่าเข้าข่ายการฟื้นฝอยหาตะเข็บ หรือคิดว่าเป็นการฉีกหน้า หรือคิดว่าเป็นการประจาน โดยพาดพิงถึงเรื่องที่เคยเกิดมาแล้ว และแมวก็บอกความรู้สึกกับทุกคนที่เขาพร้อมจะรับฟังไปไม่รู้กี่หนแล้ว (กับคนที่ไม่รับ แมวก็ไม่รู้จะดันทุรังทำไมเหมือนกัน)

ถ้าไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของบล็อก เพราะเจ้าของบล็อกรู้สึกดังกล่าว ก็ขออภัย เพราะตัวเองเบื่อหน่ายเต็มทน กับการยอมรับก็โดน ไม่ยอมรับก็โดน เฉยก็โดน ไม่มีช่องว่างก็โดน มีก็โดน

ดังนั้น ขอทำการ ignor สิ่งไม่พึงประสงค์ของเจ้าของบล็อกทุกกรณี

อาจจะผิดหวังไปสักเล็กน้อยสำหรับคนชอบเห็นการตีกัน หรือคนที่ไม่อยากก็อาจจะบอกว่า แล้วทำไมไม่ทำแบบนี้ไปซะตั้งแต่ทีแรก

แมวก็แค่ลองดูเท่านั้น ว่ามันจะมีอะไรแปลกใหม่มั้ย

ในเมื่อไม่มีก็ช่างเหอะ เบื่อ

//////

หมายเหตุ เดี๋ยวจะนึกว่าอีแมวตัวนี้ว่างงาน

ก็ไม่ได้ว่างหรอก เห็นโพสต์ติดกันขนาดนี้ ก็นั่งแปลไป โพสต์ไปอ่ะแหละ นั่งแผละแบบนี้มาประมาณห้าชั่วโมงกว่า ก็แปลหน้าละยี่สิบกว่าช่องคำพูดมาได้ สี่สิบหน้าแล้วล่ะนะ (จริงๆ แล้วถ้าไม่โพสต์ไปแปลไปคงได้มากกว่านี้ล่ะนะ สำหรับแมว - -")

หมายเหตุสอง ไม่ใช่คนแปลทุกคนจะทำได้ปริมาณแบบนี้หรอกนะ เดี๋ยวจะนึกว่าตัวเองทำได้ก็คงทำได้แบบนี้ แต่คนทำได้มันก็มีอยู่จริงๆ

ช่วงนี้อาจจะรู้สึกโพสต์นิ่งๆ ไม่ค่อยเมี๊ยว เนื่องจากองค์ตัวเอกที่แมวแปลกำลังลงได้ที่เลย - -

และหมายเหตุสาม คุณ MiZaKi คุณสุดยอดมาก 555 ที่กล้าโพสต์คอมเมนต์ในจังหวะนี้

#23 By kuroneko on 2008-06-27 19:28

เสียเวลาไปมาก เพราเนทกระตุก กลับเข้าเรื่องต่อ

แน่นอนว่าถ้าคุณไปมองแต่เนื้องานที่ยากๆ คุณก็จะรู้สึกว่าไม่คุ้ม หรือมองแค่หน้าละไม่กี่ตังค์ หรืองานหนึ่งไม่กี่พัน ก็จะรู้สึกไม่คุ้ม

แต่ถ้าคุณลองมองไปที่การ์ตูนที่มีเนื้อหาทั่วไป ฝีมือคุณได้ตามมาตรฐาน คุณก็ได้ประมาณวันละพันสองพัน หรือครึ่งพัน (มากกว่าแรงงานขึ้นต่ำบางอาชีพที่ต้องใช้ทั้งแรงงานและทักษะมหาศาลอีกนะเมี๊ยว แถมยังงานอันตรายมากกว่าอีกด้วย)

และอาทิตย์หนึ่งคุณก็สามารถหาเงินได้ครึ่งหมื่นได้ไม่ยาก ถ้าคุณสามารถ

และก็มีคนที่คิดแบบนี้ จึงรับแต่งานทั่วไปแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ก็จะมีแต่คนที่ไม่ชอบงานทั่วไปประเภทนี้ รับแต่งานยาก หรือโดนแต่งานยากด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าคุณคิดว่าจะทำงานนี้ เพราะคิดว่าได้เงินง่าย สำหรับคนที่มีศักยภาพถึง มันก็ง่ายจริงๆ แต่ถ้าคุณแปลไม่เร็ว ต้องมานั่งตีความ เดาไวยกรณ์แต่ละช่องนาน ก็เป็นงานที่ไม่แนะนำให้ทำ

แต่ถ้าคุณจะทำเพราะใจรัก ลองแปลดูก่อน อดทนได้ ก็เข้ามา ทุกสำนักพิมพ์เวลคัมคนแปลอยู่ตลอดแหละเมี๊ยว

#24 By kuroneko on 2008-06-27 19:38

เข้ามาเพราะมีคนส่งมาให้อ่าน อ่านไปอ่านมาก็พบว่าตัวเองโดนพาดพิงด้วย อาจจะดูเหมือนร้อนตัวแต่อ่านแล้วมันรู้สึกว่าใช่ เอาเป็นว่าถ้าใช่ ก็จะขอชี้แจงหน่อยค่ะ

คงจะเข้าข่ายฟื้นฝอยหาตะเข็บ เพราะฉะนั้นพี่จะไม่สนใจก็ได้นะคะ แต่แค่อยากบอกว่า ถ้าคู่กรณีที่พี่พูดถึงหมายถึงเรื่องที่เราโทรไปหากองบก.ล่ะก็ ขอให้รับรู้ไว้ด้วยว่า ตอนแรกนั้น เราโทรไปหาด้วยเรื่อง "พี่แมวดำใส่ชื่อนักวาดผิด แล้วทั้งเราและทั้งพี่นักวาดที่โดนเอาชื่อมาใส่ในงานเราเขาก็ไม่ค่อยพอใจ ถ้าพิมพ์ครั้งที่สอง ขอความกรุณาแก้ชื่อด้วยได้ไหมคะ" ้เท่านั้น แต่คุณบก.เขากลับซักเราถึงเรื่องการทำงานกับพี่หลายอย่าง หลายเรื่อง และเราก็บอกไปตามความจริงว่ามันเป็นยังไง ถ้าพี่ยังจำได้ว่าตอนดิวงานกับเรามันเป็นยังไง เราก็บอกไปตามนั้น ไม่ทราบว่าทำไมจู่ๆเรื่องมันถึงได้กลายเป็น "เราเอาพี่ไปนินทาให้บก.ฟัง"ไปได้ ขนาดที่เรารับรู้ว่าประเด็นมันเปลี่ยน เราก็ยังอยู่เฉยๆ ขนาดเรื่องที่พี่พูดว่า "กูเลิกยุ่งกับทรายแล้ว" เราก็ยังเฉยๆ ถือว่าต่างคนต่างอยู่ไป สาบานได้ว่าไม่ได้มายุ่งกับบล็อกพี่แต่อย่างใด อันไหนมันจะมีประเด็นร้อนก็ช่างมัน เพราะเนื้อหาไม่เกี่ยวกับเรา แต่คราวนี้ ไหนๆก็ได้รับฟังความเห็นของพี่เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว จึงขอออกมาชี้แจงค่ะ

จากนี้ถ้าคุณจะไม่เชื่อ ยังคงคิดว่าเราไม่ยอมรับฟังไม่ยอมเข้าใจแล้วก็เอาคุณไปนินทาอีก ก็เรื่องของคุณแล้วล่ะค่ะ เพราะเราก็คงจะไม่เข้ามาอ่านอีกแล้ว แล้วก็ขอความกรุณาไม่ต้องเอาเรื่องนี้ไปขึ้นเอนทรี่ใหม่แบบตอนคุณmmmนะคะ เดี๋ยวมันจะเป็นการต่อความยาวสาวความยืด ขอให้มันจบที่ตรงนี้ล่ะกัน ต่างคนต่างอยู่ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณถึงเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาด้วยค่ะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เรื่องในตอนนั้นมันบานปลายมาได้ขนาดนี้ (จากเรื่องขอให้เปลี่ยนชื่อ กลายเป็นเอาพี่ไปนินทา ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีการสื่อสารอะไรกันผิดพลาดหรือเปล่า) ก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ยังไงก็ขอให้พี่โชคดีค่ะ

#25 By ┼ SY┼ on 2008-06-27 21:34

ขอโทษถ้าคอมเมนต์ต่อไปนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับคอมเมนต์ข้างบน ของทราย หรือของใครๆ

ที่เข้ามาอ่านเพราะมีคนบอกว่าทรายเข้ามาตอบ

ตกใจมาก และยอมรับว่าตอนแรกหลังจากเขียนข้อความสุดท้ายก็ตัดสินใจจะไม่เข้ามาอ่านเอนทรี่นี้อีก เพราะรู้สึกเสียดาย แต่มันเละไปแล้วทำไงได้ เพราะตัวเองไม่ใช่คนชอบลบเอนทรี่โดยไม่จำเป็น

จริงๆ ไม่คิดว่าทรายจะต้องโดนลากมาเกี่ยวข้อง เพราะมันเป็นความผิดของตัวเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังบอกกับทุกคนอยู่ดีว่าเรื่องทรายเป็นความผิดตัวเอง รวมไปถึงที่ตัวเองแสดงท่าทีดูแล้วไม่ดีออกไปในการขอโทษ

และตัวเองก็รู้สึกว่าทำไมต้องลากทรายออกมาโต้งๆ ในคอมเมนต์นี้ด้วย ทั้งที่ตัวเองพยายามพูดอ้อมๆ ในคอมเมนต์ เพื่อให้เฉพาะคนที่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงรู้เท่านั้น คนที่ไม่รู้จะได้ไม่รู้ต่อไป จะต้องลากน้องเขาออกมาเพื่ออะไร

ดังนั้น คนที่อยากเคลียร์จึงไม่ใช่ทราย แต่เป็นคุณปลาทอง ที่จนถึงทุกวันนี้ มีโอกาส ก็ยังด่าเสยเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว และก็คิดว่าจบกันไปตั้งแต่วันที่ทรายโทรไปหาเจ้านาย และเจ้านายก็เรียกตัวเองเข้าไปคุยว่าเกิดอะไรขึ้น

แม้แต่ในเอนทรี่นี่ ที่ตัวเองพูดถึงเรื่องค่าจ้างกับการรับงาน ก็ไม่ทราบว่าทำไมจะต้องพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาด้วย

ถ้าถามว่าเหมือนวัวสันหลังหวะมั้ย ตัวเองเขียนคอมเมนต์เรื่องนี่ด้วยความเหนื่อยหน่าย

กับงานทำนองนั้น หลังจากเกิดคดีกับทรายแล้ว ไม่ว่าจะติดต่อกับใคร ตัวเองจะต้องเล่าเคสย้อนหลังเกี่ยวกับในเรื่องนั้นๆ ทั้งหมด ว่ามันเคยเกิดเหตุการณ์นี้ๆ ขึ้น เพราะแบบนี้ และเพราะตัวเองทำแบบนี้มันเลยเกิดแบบนี้ เพราะฉะนั้น มันจึงอาจจะเกิดแบบนี้ขึ้นอีก คุณรับที่จะทำงานด้วยระบบการทำงานแบบนี้มั้ย

ถ้ารับได้เราก็มาจอยกัน พร้อมย้ำด้วยว่า ขอให้ยอมรับเพราะยอมรับได้จริงๆ ไม่ใช่ยอมรับเพราะอยากได้งาน

เพราะสำหรับตัวเองแล้ว การทำให้คนที่ได้รู้จักกันมาก่อนมาทำงานด้วยกัน แล้วมันทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง มันเป็นอะไรที่เสียความรู้สึกมากกว่าอะไรทั้งหมด

และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตัวเองขอลาออกจากตำแหน่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น เพราะตัวเองก็เกิดอาการกลัวเหมือนกันว่า ถ้าไปลากเขามาทำ แล้วการทำงานทำให้แตก จะเป็นยังไง

ดังนั้นจนถึงบัดนี้ แม้จะมีเพื่อนมาชวนให้ไปทำอะไรด้วย ตัวเองก็ไม่เคยไปอีก นอกจากช่วยนิดๆ หน่อยๆ ก็จะช่วย

จะบอกว่าเหตุการณ์มันฝังใจก็ได้ แต่ตัวเองเอียนเต็มทน กับความรู้สึกที่จะมามีใครสักคนจากเคยรู้สึกเฉยๆ ด้วย กลายมาเป็นเกลียด

ถ้าทำให้ทรายหรือใคร รู้สึกอะไรขึ้นมาอีกก็ต้องกราบขออภัย ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

เพราะอย่างที่บอก คนที่ตัวเองอยากเคลียร์ไม่ใช่ทราย แต่คุณปลาทอง เพราะตัวเองไม่อยากให้พูดๆ ถึงเรื่องอะไรก็ไม่รู้ในบล็อก แล้วก็มามีเหตุการณ์ทำนองนี้อีก

(จนกระทั่งตอนนี้ เอาเรื่องที่เกิดขึ้นในเอนทรี่นี้ไปเล่าให้ใครฟัง ทุกคนก็ยังงงอยู่ดีว่า จะพูดเสยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกทำไม มันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเขียนในเอนทรี่เลย)

และขอประกาศเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ ข้อความที่เกินจากข้อความนีึ้ ตัวเองจะขอกดปิดอัตโนมัติ

และหวังว่าจะไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในอนาคตอีกแล้ว

และถ้าถามว่ากล้วชื่อเสียงเสียใหม่

ตัวเองก็อยู่วงการมานานจนไม่รู้จะต้องกลัวทำไม ถึงขนาดบอกคนที่เจอกันใหม่ๆ ด้วยซ้ำ ไม่รู้จักชื่อนี้เหรอ ชื่อเสียดังไปทั้งวงการนะ เพราะไปทำอย่างนี้มา

และอย่างที่บอก เอนทรี่นี้ก็จะไม่มีการลบ ปล่อยไว้ประจานตัวเองมันไปแบบนี้แหละ

#26 By kuroneko on 2008-06-27 22:21

มาลงชื่อค่ะ แต่ยังไม่ได้อ่าน เพราะเขียนยาวมากกก แถมยังโยงไปเรื่องอะไรไม่รู้ที่เราไม่รู้เรื่อง sad smile ไม่รู้จักสักคน คงต้องค่อยๆอ่านไปค่ะ (ถ้าเป็นไปได้พยายามภายในสัปดาห์หน้า)

ตอบแบบที่ยังไม่ได้อ่านอะไรเท่าไหร่นะคะ และเกี่ยวกับ comment ของเราเท่านั้น เรื่องอื่นไม่เกี่ยว... เราคิดว่าคุณ sensitive กับการวิจารณ์ของคนอื่นเกินเหตุไปรึเปล่าคะ? เพื่อนเราส่งมาให้อ่านและเราเห็นมันเป็นบทความที่น่าสนใจ จึงอยากแสดงความคิดเห็นในมุมที่คนอ่านทั่วไปอาจไม่ทราบเพิ่มเติม (จะบอกให้ก็ได้ค่ะว่าเรามีประสบการณ์ไม่น้อยกว่าคุณหรอก แม้จะไม่ใช่สายการ์ตูนอย่างคุณ ปัจจุบันก็มีเพื่อนทำงานสำนักพิมพ์มากมาย) เราไม่เคยรู้จักคุณเป็นการส่วนตัวและไม่มีเจตนาจะหาเรื่อง กรุณาอย่าคิดว่าเป็นศัตรูเก่าที่คอยมาตามราวีค่ะ ที่คุณกลับยก commemt เรามาขึ้นหัวข้อใหม่ แล้วเขียนซะยาวเหยียด แถมมาบอกว่าขำเนี่ย คุณขำหรือทน comment เราไม่ได้กันแน่คะ?

ถ้าคุณทำงานเป็นกอง บ.ก.จริง เราว่าใจของคุณยังเปิดกว้างไม่พอนะ ประเด็นที่เราอยากบอกคือ สิ่งที่คุณเขียนมามีประโยชน์ดีมากๆ สำหรับคนที่กำลังอยากมองหาจ๊อบแปลการ์ตูน ซึ่งก็เห็นมาบอกอัตราค่าแปลการ์ตูนแล้ว (เห็นแว๊บๆข้างล่าง) นั่นแหละค่ะประเด็น อัตราค่าจ้างเท่านี้ก็น่าจะประเมินได้ว่าคนมาเทสต์งานอาจจะเป็นคนที่เพิ่งจบชั้นต้น, อยากรับจ๊อบ , ไม่มีประสบการณ์แต่ไฟแรงอยากลองรับงานแปล เป็นความจริงที่โหดร้ายที่พวกประสบการณ์สูงๆฝีมือโปรๆ จะไม่มารับงานค่าแปลหน้าละเท่านี้หรอกค่ะ แถมเงื่อนไขในการทำงานจุกจิกด้วย มันเลยเป็นเหตุให้คุณมาบ่นเรื่องคนมาเทสต์มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานในฝันของคุณไงคะ ชัดยัง

#27 By mmm (58.9.209.235) on 2008-06-29 01:32

อ้าว เพิ่งกวาดตาดูเห็นบอกจะกดปิดอัตโนมัติ ตกลง commemt เมื่อกี้เราขึ้นหรือเปล่านี่ sad smile อย่าเพิ่งปิดสิคะ อย่าเพิ่งปิด blog ด้วย คุณเอาความเห็นเรามาขึ้นหัวข้อใหม่จังๆ อย่างนี้ (จะด้วยเพราะอะไรไม่รู้) จะไม่ให้เราได้อ่านหรือตอบเลยเหรอคะ? ไม่แฟร์นา sad smile

เนื้อความด้านบนยังไม่ได้อ่านค่ะ ง่วงแล้ว แต่ดูจาก comment คุณผ่านๆ เรามันกลายเป็นคนละประเด็นกับที่เราแตกไปแล้วล่ะค่ะ -_-" ประเด็นเรื่องความตั้งใจหรือความเป็นมืออาชีพที่คุณพยายามย้ำนี่เราไม่ได้หยิบมาพูดถึงใน comment ในกระทู้ก่อนเลยนะคะ ที่ไม่พูดถึงเพราะคิดว่ามันเป็นปัจจัยส่วนบุคคล ต่อให้ได้หน้าละ 5-10 บาท ก็น่าจะมีคนที่เขาใจรักและอยากทำงานแปลการ์ตูนอย่างทุ่มเทสุดๆอยู่ ที่เราต้องการสื่อสารคือ อีกปัจจัยนึงที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเจอแต่คนมาเทสต์ไม่ได้มาตรฐานดังใจคุณ ไหงเบี่ยงไปเรื่อง ค่าจ้าง , เผางาน , ไม่มีสปิริตไปได้ล่ะคะ กรำsad smile กลายเป็นเรื่องใครแปลเผามาก็ไร้สปิริตไร้ความรับผิดชอบไปโน่น เขียนซะเหมือนเราเป็นพวกเห็นแก่เงินเลยนะคะ -_-" เราก็แค่อยากจะให้ดูปัจจัยเรื่องค่าแรงและการบริหารจัดการเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง แล้วเราก็แสดงความเห็นที่สาธารณะ (อย่างสุภาพชนด้วย) มันผิดด้วยเหรอ sad smile

ตรงๆนะคะ เราคิดว่าข้อเขียนของคุณค่อนข้างเยิ่นเย้อและจับประเด็นยากค่ะ แต่อ่านจากอะไรต่างๆที่คุณเขียนมาในช่อง commemt จับได้อยู่อย่างเดียวจริงๆคือคุณกำลังมุ่งไปในเรื่องสปิริตและความเป็นมืออาชีพอะไรนั่น ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจะพูดถึงเลย (ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเป็นสำนึกเฉพาะบุคคล หรือถ้าเราเข้าใจอยู่เดียวก็ขอโทษค่ะ งั้นบอกให้ชัดๆตรงนี้เลยแล้วกัน) และสิ่งที่ต่างอีกอย่างคือมุมมองของคุณอาจจำกัดอยู่เฉพาะแค่วงการการ์ตูน (ซึ่งก็ไม่ได้บอกซักคำว่าผิด)เราก็แค่อยากเสนอความคิดเพิ่มเติมว่าลองมองในมุมที่กว้างกว่านั้นด้วยคือให้มองครอบคลุมงานแปลทุกประเภท อาจจะช่วยให้คนที่เข้ามาอ่านเข้าใจธรรมชาติของอาชีพนักแปลหรืองานแปลได้ดีขึ้นค่ะ

ไว้ถ้าอ่านที่คุณเขียนข้างบนแล้วมีอะไรเพิ่ม จะมาต่อค่ะ (แต่เราว่าที่เขียนมานี่ก็ชัดแล้วนะ เรื่องไปคนละทางคนละประเด็น -_-") ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าเฮ้ออออ

#28 By mmm (58.9.209.235) on 2008-06-29 02:11