ทำไมต้องทำให้ค่าจ้างแปลการ์ตูน vs กับคุณภาพคนแปลที่ต้องการด้วย....?
posted on 27 Jun 2008 02:09 by kuronekonotuboสืบเนื่องมาจากคอมเมนต์ที่ 53 ของคุณ mmm ในกระทู้ที่แล้วเมี๊ยว ขออนุญาตก๊อปข้อความของคุณยกมาขึ้นเอนทรี่ใหม่นะเมี๊ยว
"ก่อนอื่นต้องชมว่าสิ่งที่เขียนมาเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพนักแปลหรือรับงานแปลที่ เป็นมาตรฐานในฝันที่แสดงถึง
แต่ตามหลักการ recruitment ควอลิไฟล์ของลูกจ้างจำเป็นต้องไปด้วยกันกับค่าจ้างนะคะ ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า "อันเดอร์ควอลิไฟล์" หรือ "โอเวอร์ควอลิไฟล์"
รบกวนถามหน่อยได้ไม๊คะว่า สำนักพิมพ์ที่คุณแมวทำอยู่ให้ค่าแปลหน้าละเท่าไหร่ ให้เวลาเท่าไหร่ ให้ค่ารถค่าเดินทางเวลาเรียกไปแก้งานหรือไม่ มีเงื่อนไขต่างๆ ในการให้งาน และมีระยะเวลาในการโอนเงินยังไง มีค่าเล่มคาพิมพ์ให้หรือไม่ ฯลฯ ถ้าใส่ข้อมูลเหล่านี้มาด้วยจะเป็นการให้ข้อมูลอีกด้าน ที่คุณแมวเขียนมามันเป็นแค่ด้านหนึ่งเองค่ะ (ลงในรายละเอียดของระดับปฏิบัติ (งาน edit) ซะเป็นส่วนใหญ่ด้วย ไม่ใช่งานจัดการ/บริหาร)
สำหรับเรา งานแปลการ์ตูน หรือแม้แต่พ็อกเก็ตบุ๊คส์ตามสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ถามว่าคุณภาพทำไมไม่ work โดนใจคนอ่าน นอกจากความเอาใจใส่ของกอง บ.ก.แล้ว ประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งมันคือ ค่าจ้าง และการอันเดอร์ควอลิไฟล์หรือโอเวอร์ควอลิไฟล์นี่เองค่ะ อยากให้ผู้สนใจลองไปถามพวกที่ทำงานแปลจริงๆ ดูนะคะ อย่างนักแปลพ็อกเก็ตบุ๊คส์ , บทภาพยนตร์ , ซับอนิเม งานแปลการ์ตูนกว่า 80% เป็นงานเล็กๆที่คนแปลส่วนมากเอาเป็นงานรับจ๊อบหาค่าขนม อาจจะได้มุมมองไม่ครบถ้วนค่ะ"
ขอตอบคุณ mmm ก่อนนะเมี๊ยว
ตัวเองเขียนเอนทรี่ที่แล้ว สำหรับคนที่จะมาสมัครแปล ไม่ใช่มาเผยวิธี หรือวิถีชีวิตการทำงานแปลเมี๊ยว เพราะฉะนั้นในรายละเอียดของค่าจ้างแปลหรืออะไรต่างๆ นั้นจึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ไม่ใช่เป็นเรื่องการนำเสนอความข้างเดียวเมี๊ยว ขอความกรุณาเข้าใจด้วย
และตอนที่ได้อ่านคอมเมนต์ของคุณ mmm แล้ว ตัวเองก็รู้สึกขำๆ
แน่นอนว่า ถ้าคุณไปเทียบกับลูกจ้างทั่วไป ย่อมต้องมีคำนั้นแน่เมี๊ยว เพราะเขากำหนดอัตราเงินเดือน ต่อปริมาณและคุณภาพงานที่คุณต้องทำตามเกณฑ์ที่กำหนด ถ้าคุณรู้สึกว่าจำนวนปริมาณงานที่ต้องทำ กับศักยภาพที่ต้องใช้มันมากเกินเงินเดือน จะคิดถึงคำนั้นก็ไม่แปลก
แต่งานแปล จัดอยู่ถ้าจำไม่ผิด น่าจะอยู่ในข่ายของงานที่เขาจ้างทำ เพราะฉะนั้น คุณจะรับทำหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวคุณ ไม่เกี่ยวว่า คุณจะมีคุณสมบัติแค่ไหน ทำออกมาได้ดีรึเปล่า เรื่องนี้จะตีอยู่แค่ว่า คุณทำออกมาได้ผลงานดีตามที่เขาต้องการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้รึเปล่า ถ้าทำได้ คุณก็ได้ค่าจ้างไป ไม่ได้ คนว่าจ้างก็มีไม่จ่าย หรือมีสิทธิ์ไปฟ้องร้องอะไรก็ว่าไปตามเรื่องตามราว
เพราะฉะนั้น ถ้าว่ากันตามตรง คนจ้างจึงไม่จำเป็นจะต้องมาคิดว่าศักยภาพหรือคุณสมบัติคนทำกับค่าจ้างสวนทางหรือไปด้วยกันหรือไม่ ตราบใดที่คนที่เขาไปจ้าง ตกลงรับงานที่เขาจ้างตามเงื่อนไขที่กำหนด และผลงานออกมาได้ตามที่เขาต้องการ
ดังนั้นคุณสมบัติคนมาสมัครแปลที่ตั้งไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว แม้จะดูเป็นอุดมคติไปนิดส์นึงสำหรับค่าจ้าง แต่มันก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราทำงานได้สำเร็จตามที่เขาจ้างเมี๊ยว (เพราะถ้าคุณทำไม่ได้ตามที่คนจ้างว่าจ้างมา ก็มีสิทธิ์ไม่จ่ายเงินคุณได้ เพราะถือว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลง แต่ปกติสำนักพิมพ์ก็จะไม่ทำอย่างนั้นกัน แม้จะมีสิทธิ์ทำได้ก็ตาม)
กลับเข้ามาเรื่องที่เป็นหัวข้อเอนทรี่กันดีกว่าเมี๊ยว (ต่อไปนี้ จะออกแนวความเห็นส่วนตัวแมวมากๆ เลยเมี๊ยวๆ)
ทำไมต้องทำให้ค่าจ้างแปลการ์ตูน VS กับคุณภาพงานแปลด้วยเมี๊ยว?
การได้ค่าจ้างแปลการ์ตูน เท่ากับแปลพอกเก็ตบุ๊ค หรือคุ้มกับคุณสมบัติที่จำเป็น มันเป็นแค่อุดมคติในฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้เมี๊ยว แม้แมวจะเคยหลอนตัวเองอยากให้เป็นแบบนั้นก็ตาม (ซึ่งเหตุผลจะกล่าวต่อไป)
ดังนั้นถ้ามองแค่ว่า อยากได้ของดีก็ต้องจ้างแพงๆ สิ จะได้ทำให้คุ้ม ถ้าคิดแค่นั้น บอกตามตรงเมี๊ยว ถ้านักแปลการ์ตูนดีๆ หลายคนคิดแค่นั้น ก็คงไม่มีการ์ตูนที่แปลดีๆ หลงเหลืออยู่แล้ว เพราะทุกคนก็จะแค่คิดว่าได้หน้าไม่กี่ตังค์จะต้องทำอะไรนักหนา (ซึ่งคำพูดนี้ ก็มีนักแปลหลายคนแอบหลุดมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ เวลาขอให้แก้งานนั่นนี่ ทั้งที่เป็นความผิดของตัวเองแท้ๆ)
และเพราะคนอีกส่วนก็คิดเหมือนคุณเช่นกัน นักแปลการ์ตูนดีๆ จึงเป็นสิ่งหายากในวงการนี้เมี๊ยว เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนก็จะตัดใจ เมื่อเทียบระหว่างงานประจำกับงานแปลแล้วรายได้งานประจำมันมากกว่าเห็นๆ และเมื่อคิดถึงค่าเงินที่จะได้กับค่าเสียเวลาแล้ว การค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อได้งานแปลดีๆ ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
เพราะฉะนั้นตัวเองถึงได้เขียนเอาไว้ในข้อสี่ของเอนทรี่ที่แล้ว ว่าอยากได้คนที่อยากแปลจริงๆ
แน่นอนว่าไม่ถึงกับต้องมาทำงานแปลอย่างเดียว เพราะที่บอเมี๊ยวเอง คนที่ทำงานแปลการ์ตูนอย่างเดียว ตอนนี้นับเล่นๆ อาจมีไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำ รวมเมี๊ยวเข้าไปด้วย ซึ่งเมี๊ยวเอง ทั้งตรวจเทสต์หรืออีดิทงานให้คนอื่น ตอนนี้ทำเป็นงานอาสาสมัครไม่ได้รับเงิน นอกจากที่อาการหนักจริงๆ
แต่ตัวเองไม่อยากได้พวกมาทำเพราะต้องการรายได้เสริมจึงมาแปล เพราะพวกนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะผลงานที่เราได้จากคนที่คิดแบบนั้น ส่วนใหญ่ต่อให้หน้าละไม่กี่ตังค์ ก็ไม่คิดว่าจะได้ผลงานที่ออกมาคุ้มกับค่าจ้างหน้าละไม่กี่ตังค์เหมือนกัน
และก็เหมือนที่ในหลายคอมเมนต์ในเอนทรี่ที่แล้วได้ให้ความเห็นไว้ ต่อให้ไม่ชอบหรือไม่ถูกใจตรงไหนในงาน ในเมื่อคุณรับที่จะทำแล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่
ถ้าคุณไม่ชอบใจ มีสิทธิ์ปฎิเสธไม่รับงานนั้นได้ ทางบอไม่ได้ให้เซ็นสัญญาทาสก่อนรับแปลว่า เมื่อเรารับคุณเป็นพนักงานแปลแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธจะไม่ทำงานแปลให้กับเรา หรือต่อให้ทำงานแปลกับทางบอแล้ว คุณก็มีสิทธิ์จะขอเลิกแปลเมื่อไหร่ก็ได้ สะดวกจะกลับมาแปลอีกเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน
ดังนั้น การที่คนที่รับงานมาหลังจากที่รู้ค่าแปลแล้ว เพราะที่บอ คนที่ผ่านเทสต์มารับงานชิ้นแรก จะได้รับการแจ้งรายละเอียดค่าแปลทุกคน แต่กลับเผางานมาส่งเพราะได้ค่าจ้างน้อย หรือรู้ทั้งรู้ว่างานมันได้ไม่คุ้มอย่างที่ต้องการก็ยังทำต่อ แต่เผางานมาส่ง คนชนิดนี้ เรียกไม่มีความรับผิดชอบเมี๊ยว ไม่ใช่ว่าทำงานให้เท่ากับค่าจ้าง เพราะคนที่สามารถทำงานให้มันดีออกมาได้ ทั้งที่ได้ค่าจ้างเท่ากันก็ยังมีอยู่
เพราะในเมื่อคุณตัดสินใจรับงานแล้ว ก็เท่ากับคุณคิดแล้วว่างานนี้ค่าจ้างกับคุณสมบัติมันโอเวอร์ หรือไม่โอเวอร์สำหรับคุณหรือไม่ เพราะงานแปลการ์ตูน เป็นงานรับจ้าง รับไม่รับอยู่ที่คุณ
แต่ในฐานะคนจ้างแล้ว เขาตั้งเรทค่าจ้างมาแค่นี้ เขาก็คงคิดว่าคุ้มกันแล้ว เพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง บีบให้ไม่สามารถให้เพิ่มไปมากกว่านี้ หรือลดไปได้มากกว่านี้ (แม้ว่าจะอยากขึ้น หรืออยากลดค่าจ้างก็ตาม)
และที่ตัวเองให้ไปลองแปลมาก่อน ส่วนหนึ่งก็เพื่อลดทอนคนที่คิดแบบนั้น เพราะหลายคนเมื่อลองทำดูแล้วพบว่า งานแปลการ์ตูนไม่ได้หมูเหมือนอย่างที่คิด ก็จะได้ล้มเลิกไปเอง (ตัวอย่างที่เป็นจริง ก็สามารถไปหาอ่านได้ในหลายคอมเมนต์จากเอนทรี่ที่แล้ว) ดีกว่ามาเจอเทสต์ไม่กี่หน้า แล้วรับเข้ามาแล้ว ตอนหลังมาหนีหายไปไม่แจ้งทางบอ (ซึ่งเคสคนแปลหนีงาน หายหัวไปเลย ก็มีเยอะเหมือนกัน)
เป็นการเซฟเวลาทั้งคนมาเทสต์ และคนตรวจเทสต์เอง รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องสูญเสียไประหว่างการมาเทสต์ด้วย
แน่นอนว่าคนที่เทสต์ผ่าน และพอรู้ค่าจ้าง ไม่มาทำก็มีเยอะเช่นกัน จึงได้บอกว่า ไม่มีการบังคับ รับจะแปลหรือไม่ อยู่ที่คนรับงานตัดสินใจ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องหลังจากการเทสต์ผ่านแล้วเช่นกัน
ก็เหมือนกับการสมัครงานทั่วไป ที่น้อยมากจะมีการติดในใบรับสมัครว่าเงินเดือนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ ถ้าไม่คุยระหว่างการสัมภาษณ์ ก็หลังรับเข้าทำงานนั่นแหละ และก็มีอยู่บ่อยไป ที่ให้น้อยกว่าที่เราเรียก
แม้แต่ตัวเองหรือเพื่อนๆ ในวงการเดียวกัน เวลาไปอ่านตามบอร์ดการ์ตูน ที่บ่นเรื่องการแปล ก็ยังพูดกับคนอื่นๆ ด้วยซ้ำว่า โวยไปแบบนี้ อาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะค่าจ้างมันน้อย คนที่คิดว่าทำดีๆ ไม่คุ้ม ก็ย่อมเป็นเรื่องธรรดา คิดซะว่าโชคร้าย ดันมาเจอคนแปลมือไม่ถึง หรือสามัญสำนึกไม่ดีก็แล้วกัน
และถึงแม้เราจะไม่สามารถบังคับให้ทุกคนคิดอย่างที่ตัวเองคิดได้ แต่เราสามารถรวบรวมคนที่คิดแบบเดียวกับเราได้ เอนทรี่ที่แล้วจึงเกิดขึ้น
อาจจะมีคนถามว่า ทำไมสำนักพิมพ์ไม่ลงทุนบ้าง?
บอกตามตรงว่า ถ้าสำนักพิมพ์ทุ่มทุนจ้างคนแปล คิดอย่างสามัญธรรมดา กรรมก็จะไปตกอยู่กับคนซื้อหนังสือการ์ตูนนั่นแหละ เพราะค่าหนังสือมันต้องเพิ่มขึ้นแน่ๆ และไม่ใช่แค่ที่ละห้าบาทสิบบาท อาจจะขึ้นทีเป็นร้อยด้วยซ้ำ
เพราะต้องยอมรับว่า ยอดพิมพ์หนังสือการ์ตูนในไทย ไม่ได้ดีไปซะทุกเรื่อง
แน่นอนว่าตัวเองเขียนเอนทรี่นี้ และเอนทรี่ที่แล้ว ด้วยความรู้สึกควบกันทั้งคนที่ทำหน้าที่ตรวจเทสต์ คนอ่าน และคนที่ทำงานแปลอยู่
ดังนั้นถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าแมวไม่เคยบอกเลยว่า ต้องการคนแปลคุณภาพคับแก้วชนิดเทพ เพราะมันเป็นงานที่ถ้าคิดแบบคุณ mmm มันก็ไม่คุ้มนะ สำหรับคนคุณภาพคับแก้ว จึงไม่ได้ต้องการขนาดนั้น แต่ส่วนหนึ่งตัวเองต้องการคนที่ผ่านการลิ้มรสชาติการแปลการ์ตูนมาแล้ว ผ่านทางกุศโลบายในเรื่องการไปลองแปลทั้งเล่ม
เมื่อได้รับรู้แล้วว่า การแปลการ์ตูนมันเป็นยังไง คุณพร้อมจะรับการแปลการ์ตูนแบบเต็มๆ แล้วหรือไม่ ถ้าพร้อมก็มา ที่เหลือ ก็มาวัดใจด่านสุดท้ายกันตอนผ่านเทสต์ว่าคุณจะรับค่าจ้างแปลได้หรือไม่ เพราะนอกนั้น อย่างเรื่องค่าจ้างแปล มันเป็นสิ่งที่รู้กันทั่วไป ว่าควรบอกกันในกาลเทศะแบบไหน
บอกจากใจจริงเลยว่า ผลงานแปลที่ดีๆ นี่ ออกมาจากใจรักในการแปลของคนแปลจริงๆ เพราะถ้าคิดอย่างที่คุณ mmm คิด ค่าจ้างมันก็สวนทางกับคุณภาพที่ต้องการนั่นแหละ
และที่ไม่ดี ก็ใช่ว่าจะเป็นเพราะเขาไม่รักการแปล แต่เพราะมือไม่ถึง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คนประเภทนั้น ถ้าคุณได้ดูเนื้องาน ก็จะรู้ว่าถึงมือไม่ถึง แต่พยายามให้ผลงานออกมาดีเป็นยังไง ดังนั้นสำหรับคนประเภทนี้ ถึงสำนวนจะไม่ค่อยดี ผลงานพอใช้ แต่แมวก็รู้สึกดีกับความตั้งใจของเขา (ยกเว้นมือไม่ถึงแต่ดันทุรังในบางกรณี)
กับอีกพวก ทำไปงั้นๆ เพราะเห็นว่าค่าจ้างแปลน้อย ทำเพราะได้แต่อะไรไม่อยากทำ ในเมื่อคุณไม่ได้ปฏิเสธเอง หรือปฎิเสธไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่คุณรับงานเขามาทำแล้ว การที่คุณทำมันออกมาไม่ดี สำหรับแมวแล้ว ตีได้อย่างเดียวคือไม่รับผิดชอบ
จริงอยู่ว่า ตัวเองเวลาท้อๆ ก็รู้สึกเหมือนกันว่า ทำไมอยากได้งานดีๆ อยากให้แปลงานยากๆ แต่กลับให้ค่าจ้างเมี๊ยวนิดเดียววะ (แต่สุดท้ายถึงได้ค่าจ้างแค่ไหน ก็ทำงานแบบเต็มสตีมอยู่ดี แต่ไม่ต่ำไปกว่าเรทที่แมวตั้งราคาต่ำสุดเอาไว้นะเมี๊ยว)
งานทุกงาน คุณภาพงานขึ้นอยุ่กับค่าจ้าง แต่ในขณะเดียวกันทุกงาน มีกำแพงเรทสูงสุดของงานแต่ละงานอยู่ ไม่ว่าคุณจะทำดีแค่ไหน ค่าจ้างคุณก็ไม่มีทางโด่งเกินเรทสูงสุดอยู่ดี ทั้งนี้ งานแต่ละงานมีเรทสูงสุดไม่เท่ากัน
ดังนั้น คุณเลือกงานนั้นเพราะอะไร อยากทำ? หรือเรทค่าจ้างสูงสุด?
ถ้าเพราะเรทค่าจ้างสูงสุด ตอนนั้นคุณค่อยคิดเถอะว่า เรทค่าจ้างนั้นมัน vs กับคุณภาพรึเปล่า?
ถ้าเลือกเพราะอยากทำ แล้วทำไมต้องมานั่งคิดด้วยว่าค่าจ้างมัน vs กับคุณภาพการแปล?

ตอนอ่านตรงพูดถึงค่าจ้างมันสัมพันธ์กับความยากของงานรึเปล่า มันทำให้นึกถึงบล็อกของคนหนึ่งในเอ็กซ์ทีน ที่เขาเคยพูดถึงวิธีการเลือกงานของคนสมัยนี้มา
แล้วในบล็อกเขาก็จะบ่นว่าคนสมัยนี้ยังไม่ทำแสดงศักยภาพให้เห็นเลยว่า ตัวเอง ทำได้เท่ากับเงินเดือนที่ต้องการหรือเปล่า ก็จะเรียกร้องเอาเงินเดือนสูงๆ ซะแล้ว
อ่านคอมเมนต์คุณแล้วมันพาลคิดไปถึงเนื้อหาในบล็อกนั้นแล้วก็เลยขำน่ะ - -"
#1 By kuroneko on 2008-06-27 05:38