ก่อนจะไปสมัครแปลการ์ตูน คุณเคยทำสิ่งเหล่านี้แล้วรึยัง?
posted on 24 Jun 2008 06:54 by kuronekonotuboเอนทรี่ก่อนที่จขบ.จะไปเผชิญกับการตรวจข้อสอบเทสต์ที่บอ
จริงๆ เดือนๆ หนึ่งที่บอก็จะมีคนแวะเวียนเข้าไปขอทดสอบเทสต์เดือนหนึ่งถัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าสองคน แต่ผ่านจริงๆ นั้นบางทีหลายเดือนก็แล้ว ยังไม่มีสักคนก็มี
แน่นอนว่าจากประโยคข้างบน อาจจะทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไมมันจึงไม่มี (ซึ่งคำถามนี้ นายหญิงที่บอก็ถามเมี๊ยวเหมือนกันว่ามาสมัครกันเยอะแยะ ทำไมมันถึงไม่มีใครผ่าน)
นั่นเป็นเพราะคนที่มาเทสต์ส่วนใหญ่ อยากแปลการ์ตูน แต่ตัวเองไม่มีความพร้อมหรือไม่มีศักยภาพเพียงพอ หรือไม่รู้ว่าตัวเองไม่พร้อมไม่มีศักยภาพในด้านนี้ อาศัยแค่ความอยาก หรือคิดเอาว่าตัวเองน่าจะทำได้ แล้วก็ตบเท้าเดินเข้ามาขอเทสต์
เพราะฉะนั้นผลที่ออกมาจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันถึงได้ร่วงกันระนาว
แถมบางคนพอรู้ผลว่าไม่ผ่าน ก็ดูเหมือนจะทำใจยอมรับไม่ได้ งงงันว่าทำไมระดับตูถึงไม่ผ่าน
ตัวเองไม่รู้ว่าที่อื่นเขาจะมีคืนข้อสอบกันรึเปล่า แต่ที่บอคนที่ผ่านหรือไม่ผ่าน สามารถมาขอผลเทสต์ที่บอได้ และที่ใบนั้นทั้งคนผ่านและไม่ผ่านจะมีคอมเมนต์จากแมวดำเขียนเอาไว้ตลอดว่าทำไมถึงไม่ผ่าน มีปัญหาตรงไหนที่ต้องแก้ไข คุณแอบเล่นตุกติกอะไรเอาไว้ในข้อสอบบ้าง (ยกเว้นพวกที่...จริงๆ ที่ตัวเองเขียนสั้นๆ ว่าไม่มีความสามารถพอจะแปลได้ ที่ไม่เขียน เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร มันเยอะแยะจนพูดได้สั้นๆ ว่า กลับไปเรียนไวยากรณ์แต่ต้นใหม่เสียเถอะ หรือไปเสริมความรู้ให้แน่นกว่านี้ก่อนเถอะ) รวมไปถึงลักษณะแนวการ์ตูนที่เหมาะกับคนมาเทสต์ (อันนี้แล้วแต่ราย) เนื่องจากมันเป็นผลตรวจที่ต้องส่งนายหญิงอีกทีเพื่อพิจารณา (แถมในตัวกระดาษคำแปลเองก็จะมีขีดปากกาบ้าง ขีดดินสอบ้างตรงที่มีปัญหา และบางทีอาจมีช็อตโน้ตประหลาดๆ ประเภท คำแปลตรงนี้หายไปไหน ไอ้คำนี้มันมาจากตรงไหน กรุณาอย่าลักไก่ หรือสามช่องนี้แปลไม่ต่อเนื่องกัน เป็นต้น)
แน่นอนว่าคนที่ไม่ผ่านอาจจะรู้สึกอะไรวะ
ก็ขอให้คุณพึงรู้ไว้เถอะ ว่าคนตรวจก็รู้สึกอะไรวะเหมือนกัน - -"
ในเมื่อคนที่มาเทสต์อยากผ่าน คนตรวจเอง ก็อยากตรวจงานที่ได้มาตรฐานเหมือนกัน
เพราะอย่างน้อย ตัวเองเวลานั่งตรวจ ความรู้สึกก็เหมือนนั่งอ่านผลงานแปลของคนมาเทสต์เองนั่นแหละ เจอคนแปลห่วย ในฐานะคนอ่าน ก็ต้องรู้สึกเหียกเหมือนกัน
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียอารมณ์ทั้งสองฝ่าย ก่อนจะตบเท้าเข้าไปเทสต์ ขอรบกวนให้คุณทำสิ่งเหล่านี้ก่อน
๑ เรียนญี่ปุ่นอย่างน้อยให้จบไวยากรณ์ชั้นต้น
อันนี้ดูเหมือนไม่เกี่ยว แต่อยากจะบอกว่า มีหลายคนมากๆ เลยที่เพิ่งเริ่มเรียนแล้วร้อนวิชา มาเทสต์ ไอ้ประเภทไวยากรณ์ชั้นต้นเพิ่งจบ หรือยังไม่จบดีด้วยซ้ำก็มาเทสต์
คุณไม่ต้องร้อนวิชาไปหรอก เพราะคุณกำลังจะทำให้คนตรวจร้อนด้วยความโมโห
เพราะการมาเทสต์นั้นไม่ใช่การเล่นขายของ ไม่ใช่ที่ทดสอบความสามารถ ไม่ใช่บอร์ด ไม่ใช่ฟอรั่ม ที่คุณจะมาบอกว่าลองแปลค่ะ ขอคำแนะนำด้วย (ถ้าต้องการแค่นั้น ทำในเนทก็พอ ไม่ต้องมาขอที่บอ) เพราะเราต้องการคนที่จะมาแปลจริงๆ ไอ้ประเภทเขียนมาในข้อสอบว่า ขอโทษค่ะ คำนี้ยังไม่ได้เรียน ไวยากรณ์นี้ยังไม่ได้เรียน ขอเถอะนะ
คุณอ้อนขอความเห็นใจคนตรวจมาในข้อสอบ คนตรวจข้อสอบก็อยากขอความเห็นใจคนมาเทสต์เหมือนกันว่า "ถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหว ก็อย่าเพิ่งเลย" สำนักพิมพ์การ์ตูนมันไม่หนีไปไหนหรอก มีแต่คุณนั่นแหละที่จะหนี
๒ ไปหาการ์ตูนภาษาญี่ปุ่นมาอ่าน
มีหลายคนมาก ที่อ่านแต่ภาษาไทย จนไม่รับรู้ความจริงว่า กว่าจะออกมาเป็นภาษาไทยได้ ต้องผ่านความสวิงสวายทางภาษาอย่างไร แล้วพอมาเจอแสลง หรือไวยกรณ์ในแบบภาษาพูดในตอนเทสต์ ก็ถึงขั้นเป๋ จนผลการเรียนญี่ปุ่นดียังไงก็ช่วยไม่ได้
เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการเตรียมตัวอย่างเนิ่นๆ ว่า คุณจะต้องเผชิญกับไวยากรณ์และแสลงขนาดไหน ขอความกรุณาเปิดโลกทัศน์ด้วยการหาการ์ตูนภาษาญี่ปุ่นมาอ่านซะ แล้วดูสิว่า อ่านเข้าใจเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์มั้ย (จะให้ดี หาทั้งการ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนผู้ชายมาอ่านควบด้วยก็ดีนะ จะได้เลิกเข้าใจผิดๆ ซะทีว่าการ์ตูนผู้หญิงง่ายกว่าการ์ตูนผู้ชาย)
๓ ลองแปลการ์ตูนเป็นเล่มให้บุคคลที่สามสี่ห้าถึงn อ่าน
อันนี้เหมือนเป็นการหาประสบการณ์ย่อยๆ ก่อนไปเจอสนามจริง เพื่อการันตีว่า คุณพร้อมสำหรับการแปลการ์ตูนในระดับหนึ่งแล้วแน่ๆ
แน่นอนว่าบอกว่าแปลให้อ่าน ก็หมายถึงคุณจะต้องแปลทีละช่องจริงๆ ไม่มีเว้นคำที่ไม่ได้ จะใช้ปากเปล่าพูด หรือจะเขียนจะพิมพ์ใส่กระดาษอะไรก็ว่าไป ห้ามอ่านแล้วสรุปเรื่องให้เหยื่อฟังเป็นอันขาด แล้วลองดูสิว่าคุณแปลไหวมั้ย มีที่แปลไม่ได้เยอะรึเปล่า ถ้าเยอะ ก็ขอให้คุณเลิกคิดมาเทสต์ไปก่อน เพราะคุณยังไม่พร้อม
ถ้าแปลไหว แปลเสร็จออกมา ลองดูสิว่าเหยื่อที่คุณหามาฟังหรืออ่านนั้น เข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อรึเปล่า
ถ้าประมาณครึ่งเป็นต้นไป บอกว่าไม่รู้เรื่อง ต้องคอยถามตลอดเวลาว่าทำไมอะไร ก็ขอให้คุณเลิกคิดมาเทสต์ไปก่อน เพราะคุณยังไม่พร้อม
ในกรณีที่ไม่มีเหยื่อ ก็ลองหาการ์ตูนสักเล่มมาแปลก่อนก็ได้ โดยที่คุณจะต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง แปลมันทุกช่อง ทุกคำไม่มีลักไก่ ดูสิว่าแปลไหวมั้ย มีต้องเว้นเยอะรึเปล่า ถ้าเยอะ ก็เลิกคิดมาเทสต์ไปก่อน คุณยังไม่พร้อม
ถ้าแปลได้เสร็จ ก็ลองอ่านที่คุณแปลดู แบบไม่ลำเอียง ว่ามันอ่านรู้เรื่องมั้ย ถ้าคุณรู้สึกโอเคก็ลองมาเทสต์ดู
๔ มาเทสต์เพราะอยากแปลจริงๆ
ข้อนี้สำหรับคนที่อยากแปลอาจจะงงๆ แต่สำหรับแมวที่อยู่วงการนี้มานาน จะรู้ว่ามีหลายคนที่เข้าใจผิดเข้ามาในวงการนี้เพราะนึกว่าการแปลการ์ตูนเป็นอะไรง่ายๆ หรือกะเข้ามาทำเพื่อฆ่าเวลาเรียนหรือหางานทำ
ถ้าคุณไม่มีใจรักทางนี้จริงๆ หรือคิดจะทำแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ขอให้คุณหยุด อย่าก้าวเท้าเข้ามาไม่ว่าคุณจะมีฝีมือขั้นเทพก็ตาม
เพราะการที่คุณผละหนีไปการคันขณะที่คุณแปลเรื่องยาวอยู่ คุณกำลังทำบาปกรรมกับคนที่มารับช่วงต่อ
ไอ้ประเภท รู้ว่าตัวเองจะไปเรียนต่อ เรียนโทร จะนู่นนี่นั่น ขอร้อง อย่าเลย เพราะการที่อยู่ดีๆ คุณมาขอหยุดแปล หรือไม่มีเวลาแปลจนเผางานแปลมา คุณกำลังทำบาปกรรมกับคนอื่นอยู่
คนที่ไม่เคยรับงานแปลต่อจากคนอื่น หรือต้องมาอีดิทงานแปลของคนอื่น ย่อมไม่เข้าใจว่า ผลจากความมักง่าย เห็นแก่ตัวของตัวเองนั้นทำให้คนอื่นเดือดร้อนแค่ไหน
๕ กรณีอยู่ต่างจังหวัด ขอให้ชัวร์ว่าคุณพร้อมจะมากรุงเทพฯ ได้เสมอที่ทางกองฯ ต้องการตัว
แน่นอนว่าคนอยากแปลย่อมไม่ได้จำกัดแค่คนกรุงเทพฯ อยู่ต่างจังหวัดก็แปลได้ แต่พึงสังวรณ์ไว้ด้วยว่า ยังไงก็ต้องมีลงมากรุงเทพฯ อยู่ดี
หากคุณมั่นใจว่าคุณเทสต์ผ่านแน่ ก็ขอให้คิดเผื่อไว้ด้วยว่า คุณจะสะดวกลงมากรุงเทพทุกครั้งที่กองต้องการตัวได้รึเปล่า
ถ้าไม่ได้ก็อย่าเลย ไอ้คำอ้างว่าอยู่เชียงใหม่ อยู่ระยา ลงมาไม่ได้ เวลางานมีปัญหา จนทำให้คนอื่นต้องมารับผิดชอบปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ อยากจะถามว่า แล้วทำไมตอนเทสต์ถ่อสังขารมาเทสต์ได้ล่ะ?
๖ พร้อมสละหนึ่งวันสำหรับการมาเทสต์
มั่นใจว่า ไม่ว่าคุณจะเทสต์กับที่ไหน ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวันแน่ๆ (ยกเว้นบางพวกที่ดูจากใบประสบการณ์แล้วรับเลย ก็อาจจะไม่ถึงวัน) เพราะฉะนั้น รบกวนสละเวลาทั้งวันให้กับการเทสต์ด้วย เพราะอย่างน้อยๆ ที่บอก็ให้ประมาณยี่สิบหน้าล่ะนะ
ดูแล้วอาจจะไม่น่าเชื่อ แต่ตัวเองเจอบ่อยๆ ประเภทแปลไปได้ไม่ถึงสิบหน้า บอกต้องขอกลับก่อนมีธุระบ้าง ที่บ้านไม่ให้กลับเย็นบ้าง บลาๆๆๆ
คุณขา แค่แสดงความจริงใจในการอยากมาทำงานแปลยังไม่มี บอกตามตรงเลยว่า ตัวเองเจอใครกลับก่อนแปลเสร็จ โดยไม่ใช่หมดเวลาเทสต์ซะก่อนเนี่ย ไม่อยากจะตรวจข้อสอบให้เลยจริงๆ นะ
๗ ใบสอบวัดระดับ
(จริงๆ อันนี้ที่บอไม่จำเป็นเลยจริงๆ นะ) แต่ในเมื่อที่อื่นจำเป็น สอบๆ เอาไว้เผื่อเอาไปใช้กับที่อื่นที่ไม่ใช่บอเมี๊ยวก็ดีนะ อย่างน้อยๆ ก็ระดับสาม มีไว้อุ่นใจ (แต่ที่นี่มีไว้เป็นตัวเทียบหักคะแนน ฮา)
เมือคุณทำตามนี้ได้ครบ โอกาสที่คุณจะเทสต์ผ่าน (ยกเว้นบางที่ที่อาจจะตั้งคุณสมบัติเบี้ยบ้ายรายทางเอาไว้สูง) ก็มีเกินกว่า 70% แล้วล่ะเมี๊ยว
ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการไปเทสต์นะเมี๊ยว
สงสัยชาวบ้านจะชอบเต้นระบำ...ไม่ใช่ล่ะ... ไม่ได้อ่านต้นฉบับ แต่เดาว่ามันน่าจะเป็น "คานิบัลลิซึ่ม"-พฤติกรรมกินเนื้อพวกเดียวกัน-มากกว่า)

ขอบคุณที่อุตส่าห์เขียนเพื่อแบ่งปันครับ
#1 By The ChiD on 2008-06-24 09:11