กราบขออภัยคนที่เข้ามาอ่านก่อนหน้านี้ เนื่องมาจากความผิดพลาดในการกดปุ่ม เพิ่งรู้ตัวว่ากดปุ่มผิด จะกดดราฟท์ดันไปกดเป็นพับบลิชโดยไม่รู้ตัว เพราะจะรีบไปแด้กข้าว 

คำเตือนเนื่องจากเป็นกระทู้ระบายอารมณ์ ระดับความหยาบคายจึงมีขึ้นๆ ลงๆ ตามระดับของอารมณ์

และเนื่องจากเป็นกระทู้เน้นระบายอารมณ์ ระดับความลำเอียงจึงเอียงไปทางตัวจขบเป็นหลัก คนที่รับไม่ได้ เหตุผลไม่รับกัน กรุณาทำใจระงับอารมณ์ระหว่างอ่าน

จริงๆ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหัวข้อมันเข้ากับเนื้อหารึเปล่า?

ฮะฮะ แต่เนื่องจากตัวหัวข้อมีความหมายค่อนข้างกว้าง เพราะไม่แน่ว่า จขบ พูดถึงเนื้อหาหลักแล้วจะมีการข้ามไลน์ไปพูดถึงอะไรที่สามารถใช้หัวข้อร่วมกันได้รึเปล่า เอาเป็นว่า จขบ ขอใช้หัวนี้แหละ ฮะฮะ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า พักนี้ได้ยินได้อ่านอะไรแปลกๆ (สำหรับตัวเอง) อยู่บ่อยๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ปกครองบางส่วนในสมัยนี้ (และอาจรวมไปถึงปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาบางส่วนของเด็กสมัยนี้เข้าไปด้วย) ที่พากันเรียกร้องแบบแปลกๆ (ในความคิดของตัวเอง)

อย่างล่าสุดเพิ่งผ่านตาไปในพันทิพ กับหัวข้อกระทู้ที่มีเนื้อหาประมาณว่า ไม่ชอบใจที่โรงเรียนอนุบาลเปิดวิดีโอทอมแอนด์เจอร์รี่ (เวอร์ชั่นเก่า)ให้เด็กดู เพราะกลัวว่าเมื่อลูกได้ดูแล้ว จะเกิดเลียนแบบพฤติกรรมตัวละครเอาอะไรต่อมิอะไรมาไล่ฟาดเพื่อน

ซึ่งคนตอบกระทู้ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยตามฟอร์ม รายละเอียดปลีกย่อยไม่ว่ากัน เพราะหลักใหญ่ใจความของเราไม่ได้อยู่ที่กระทู้ดังกล่าว แต่อยู่ที่ผู้ปกครองสมัยนี้

ทำ(ลูก)เอง ทำไมต้องรอให้ใครมาช่วย(ดูแลลูก)??

ไม่เข้าใจ

สมัยนี้เอะอะอะไรก็เอาแต่มาโวยวายแหกปาก ให้สังคมหยุดทำนู่น หยุดทำนี่ เห็นแก่เด็ก เห็นแก่ลูก เห็นแก่บลาๆๆๆๆๆ

เอาอย่างนู้นขึ้นจอได้ยังไง เอาอย่างนี้ขึ้นจอได้ยังไง มีหนังสืออย่างนี้ได้ยังไง มีหนังสืออย่างนั้นได้ยังไง มีเว็บอย่างนี้ได้ยังไง ห้ามๆๆๆ บล็อกๆๆๆ

(ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็น ถ้าบุคคลใดได้กระทำอย่างที่แมวดำได้พูดถึง ขอความกรุณาอย่าร้อนตัวเลยคุณ ไม่มีอะไรน่าเดือดร้อนเลย) ทำไมคุณถึงไม่ดูแลสั่งสอนลูกคุณเสียก่อนจะให้คนอื่นมาหยุดทำอะไรที่เขาอยากทำเพื่อลูกคุณด้วยล่ะ???

แน่นอนว่ามันทำให้นึกถึงคนตอบกระทู้บางส่วนที่ตอบว่าทำไมจะทำไม่ได้ ที่สมัยก่อนฉันโตมากับแบบนี้ ฉันโตมากับแบบนั้น ฉันยังไม่เห็นเป็นไรเลย แล้วก็จะมีอีกพวกหนึ่งที่ออกมาแย้งว่า เอ้า คุณไม่เป็นไร แต่คุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนอื่นจะเป็นแบบคุณได้

ซึ่งก็ถูก แต่มันสามารถแสดงเปอร์เซ็นต์ที่คนคนหนึ่งจะเสพสื่ออะไรสักอย่างแล้วได้รับผลกระทบหรือไม่ออกมาได้อย่างแน่นอนรึเปล่าล่ะ?

เพราะฉะนั้นคนที่ถูกแย้งว่ารู้ได้ยังไงว่าคนอื่นดูแล้วจะเป็นเหมือนคุณ ก็น่าจะแย้งได้เช่นกันว่า แล้วรู้ได้ยังไงว่าคนที่ดูจะได้รับผลกระทบ อันนี้ตัวเองว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากเลย

ซึ่งเมื่อมันขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้ว ทำไมคุณจะต้องห้ามมาให้คนอื่นเลิกเสพอะไรบางอย่าง เพราะคุณกลัวว่าลูกคุณจะได้รับผลกระทบด้วยล่ะ?

ตัวเองว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโคตรๆ พอๆ กับกระทู้ในพันทิพก่อนหน้าที่ออกมาว่าอาจารย์แม่ที่ใช้คำพูดไม่สุภาพออกทีวี แทนทีจะบอกลูกเสียก่อนว่า มันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ที่คนนั้นแสดงออกมาเพราะอะไรยังไงบลาๆ กลับทำเป็นอึ้ง แล้วมาต่อว่าอาจารย์แม่ลงพันทิพเสียอย่างนั้น  

ตัวเองคิดว่าวิธีพูดให้เด็กเข้าใจมีตั้งแต่เยอะแยะ ถ้ารู้ว่าจะสอนลูกไม่ได้ ถ้าไม่ได้พลาดทำให้มันเกิดมา จะมีมันมาเพื่ออะไร?

อยากจะบอกเหลือเกินว่าผู้ปกครองสมัยนี้บางส่วนมักง่ายในการเลี้ยงลูกโคตรๆ สปอยล์ตัวเองผ่านลูกโคตรๆ รักลูกกันหน้ามืดตามัวโคตรๆ (และสารพัดโคตรๆ อีกหลายกรณีที่ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาอธิบาย)

ตัวเองอายุอานามมากพอที่จะเห็นพ่อแม่สมัยนี้หลายประเภท ทั้งจากคนใกล้ตัว คนไกลตัว คนรู้จัก

เห็นวิธีที่พ่อแม่บางส่วนเลี้ยงลูกสมัยนี้ ก็เลยไม่แปลกใจทำไมเด็กบางส่วนแม่งเกรียนฉิบหาย โง่ฉิบหาย ปัญญาอ่อนฉิบหาย และอีกสารพันฉิบหายที่ขี้เกียจพูดถึง

ที่ตลกก็คือ ตัวเองไม่มีปัญญาดูแลลูก แต่ดันจะให้คนอื่นมารับผิดชอบลูกตัวเองซะงั้น

นับเวลาเป็นสิบๆ ปีที่ตัวเองผ่านร้อนผ่านหนาวมา ก็เพิ่งจะมีไม่กี่ปีนี้นี่แหละ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองอะไรนิดอะไรหน่อยก็ลุกขึ้นมาบอกให้สังคมช่วยกันรับผิดชอบ

ตลก อยากจะลงไปขำกลิ้งสุดๆ

ก่อนจะมาเรียกร้องให้ชาวโลกดูแลลูกคุณ คุณดูแลสั่งสอนลูกคุณอย่างเต็มที่แล้วรึยัง? (แน่นอนว่าตัวเองเน้นคำว่าสั่งสอน เพราะฉะนั้นไอ้ประเภทตะโกนด่า แหกปากดุ ตวาดห้ามแบบนั้นน่ะ เขาไม่เรียกว่าสั่งสอนหรอกนะ รวมทั้งประเภทตะบี้ตะบันปิดหูปิดตา ห้ามเหิ้มลูกมันทุกอย่างก็ไม่นับเป็นการสั่งสอนด้วยเช่นกัน)

เท่าที่ตัวเองเห็น ที่เด็กบางส่วนมันเกรียนได้โล่อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็ไม่ใช่ตัวผู้ปกครอง ทำเอง หรอกหรือ?

ไม่มีเวลา ปล่อยปละละเลย ยกภาระมาให้ครู ยกภาระมาให้สังคม มันใช้ได้ที่ไหน

ถ้าตัวคุณเองไม่รู้จักปั้นลูกให้เติบโตมาอย่างมีภูมิคุ้มกันเสียก่อน ต่อให้ห้ามแบบชาวจีนหรือคนไทยสมัยก่อน ก็ไม่ทำให้ลูกคุณปลอดภัยหรือโตอย่างดีเด่ขึ้นมาได้หรอก

ที่ขำอีกแบบ ยกภาระให้ครูดูแล แต่พอครูตีนิดตีหน่อย ดุว่าลูกหน่อย ก็มาต่อว่าครู หาว่าครูใช้ความรุนแรง ใช้ภาษาไม่สุภาพกับลูก ประทานโทษ คุณให้ใครก็แตะลูกคุณไม่ได้ แต่พอมีปัญหาก็มาโทษคนที่คุณไม่ให้เขาแตะลูกคุณเนี่ยนะ???

แน่นอนว่ายิ่งสังคมพัฒนาก้าวไกลเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งต้องทำให้ลูกคุณปรับตัวให้พร้อมเผชิญโลกกว้างมากเท่านั้น ไม่ใช่อะไรก็จะห้ามๆ บางคนห้ามได้ แต่บางคนยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ และบางคนยิ่งห้ามก็ชวนให้ยิ่งแหก

และที่สำคัญ คุณจะห้ามลูกคุณไปได้สักกี่มากน้อย ในเมื่อคุณไม่มีทางที่จะอยู่ใกล้ลูกคุณเพื่อห้ามๆๆๆ ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว

เมื่อลูกคุณไปรู้อะไรที่คุณปิดหูปิดตาที่คุณห้ามจากโลกภายนอกเอาเองโดยที่คุณไม่ได้ทำการสั่งสอน ให้เขาไปซึมซับเรียนรู้ด้วยกระบวนที่อาจจะทั้งถูกและผิดเอาเอง เมื่อถึงตอนนั้น อย่ามาโทษว่าสังคมโลกทำให้ลูกคุณเสียเลย ก่อนที่คุณจะไปโทษสังคมโลก คุณย้อนดูตัวเองก่อนรึยัง ว่าคุณเป็นฝ่ายทำให้ลูกคุณเสียทางอ้อมอยู่รึเปล่า?

และหัดทำใจซะบ้างว่า คนบางคนก็เกิดมาเพื่อมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น และเขาก็เลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง ไม่ว่าคุณจะสั่งสอน หรือเลี้ยงดูเขาดีปานเลี้ยงเทพมาจุติสักแค่ไหนก็ตาม

ตัวเองชอบประโยคหนึ่งที่น้องชายคุณปู โลกเบี้ยวบอกเอาไว้ ตอนที่รายการตาสว่างเชิญมาสัมภาษณ์มากกกกก

น้องชายของปู โลกเบี้ยวก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เขาเกิดมาเพื่อมีแนวโน้มจะเป็นแบบนั้น และเขาก็เลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง

ทั้งที่ทั้งเลือกเรียนและเลือกที่จะมีอนาคตดี แต่ในระหว่างที่กำลังไปสู่อนาคตดีๆ นั้น เขาก็กลับเลือกที่จะติดยาไปด้วย และไม่ว่าตัวเอง(น้องคุณปู)จะขอเลิกยาเองสักกี่ครั้ง คุณปูหรือใครๆ พยายามพาเขาออกห่างจากเพื่อนกลุ่มเดิมๆ เขาก็ยังพาตัวไปติดยาอยู่ดี

และเขาก็บอกกับคุณปูว่า อย่าไปโทษเพื่อนเขา ว่าทำให้เขาติดยา เขาเลือกที่จะติดมันเอง

โดนใจว่ะประโยคนี้

ตัวเองไม่เคยเข้าใจเลยว่า การที่ตัวเองจะลุกขึ้นมาทำเลวแล้วมันเป็นเพราะเพื่อนเป็นต้นเหตุตรงไหน

จริงอยู่ว่าการคบเพื่อนเลวย่อมพาไปหาสิ่งเลว

แต่ประทานโทษเถอะ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเพื่อนที่อยู่ในห้องเดียวกัน มีตั้งเป็นสิบๆ คน มันจะมีคนเลวทั้งสิบๆ คนนั่นเลยเชียวหรือ? ถ้ามีถึงขนาดนั้น ก็ไปขอพ่อแม่ย้ายออกเหอะ อย่าทนเลย

และถ้ามีไม่ถึงทั้งสิบคน แล้วไอ้คนที่มันไม่เลว ทำไมถึงไม่ไปคบเขาล่ะ?

นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าลูกคุณเลือกที่จะคบเพื่อนเลวเอง

และเมื่อรู้อยู่แล้วว่าสิ่งไหนเลวไม่เลว ทำไมจึงเลือกที่จะทำเลวอยู่อีก?

ถึงจะอ้างว่าเดี๋ยวเข้ากลุ่มเพื่อนไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปคบมันสิ เพื่อนยังมีอีกตั้งหลายสิบ ถ้าลูกคุณหากลุ่มอยู่ไม่ได้ จนต้องยอมไปเป็นเบ๊กับกลุ่มเลวๆ จนได้ล่ะก็ คุณต้องเริ่มพิจารณาตัวคุณกับลูกคุณเสียแล้วล่ะนะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงได้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้น เพราะไอ้แก้ปัญหาปลายเหตุอย่างย้ายที่เรียนเนี่ย ถ้าโชคดีเจอเพื่อนดีๆ ก็แล้วไป ถ้ายังเจอซ้ำๆ แบบเดิมอีก คุณจะให้ลูกคุณย้ายไปเรื่อยๆ เรอะ

แทนที่จะให้ชาวโลกจัดระเบียบสังคมเฟค สังคมสุขสันต์มีแต่สีขาวให้ลูกคุณ ตัวคุณไปเตรียมความพร้อมในการเผชิญโลกให้ลูกคุณก่อนดีกว่ามั้ย

ทำ(ที่ตัวคุณ)เอง ทำไมต้องรอให้ใครมาช่วย??

ถ้าคุณว่าสังคมเห็นแก่ตัว คุณเองก็กำลังเห็นแก่ตัวกับสังคมเหมือนกันน่ะแหละ

คุณกำลังเห็นแก่ต้วผลักภาระในการสั่งสอนสิ่งที่เหนือจากการเรียนการสอนปกติให้กับครูที่โรงเรียนอยู่รึเปล่า?

คุณกำลังเห็นแก่ตัว เอาความอยากได้อยากมีที่ไม่สามารถเป็นอย่างนั้นในวัยเด็กไปใส่ให้กับลูกคุณ จนลูกคุณเสียคนอยู่รึเปล่า?

คุณกำลังเห็นแก่ตัว เสี้ยมสอนความคิด แนวความคิดผิดๆ ใส่ลูกคุณจนลูกคุณเสียคนอยู่รึเปล่า?

คุณกำลังเห็นแก่ตัว ตัวเองออกไปหาเงินไม่มีเวลาดูแลลูก ปล่อยให้ลูกคุณอยู่กับสิ่งแวดล้อม ที่ก็ไม่มีเวลามาห่วงใครมากมายเหมือนที่คุณเป็นจนลูกคุณเสียคนอยู่รึเปล่า?

คุณกำลังเห็นแก่ตัว รักลูกคุณจนหน้ามืดตามัวไม่กล้าขัดใจจนลูกคุณเสียคนอยู่รึเปล่า?

ถ้าคุณเผอิญเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ อย่าไปโทษสังคมที่เขาตอบสนองคุณไม่ได้เลย เพราะในเมื่อตัวคุณเอง เป็นบุคคลที่มีโอกาสมีวันเวลาที่จะสั่งสอนลูกได้มากที่สุดแท้ๆ กลับยังทำไม่ได้ แล้วจะไปโทษคนอื่นได้ยังไง??

และการห้ามในบางเรื่อง มันเป็นเรื่องดีจริงๆ น่ะหรือ?

จนถึงตอนนี้ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจ ว่าไอ้การห้ามในบางกรณีเนี่ย มันเป็นการห้ามอย่างปลายเหตุโคตรๆ อยู่รึเปล่า

เพราะอย่างการเซ็นเซอร์ บุหรี่ เหล้า การลดความรุนแรงในหนังที่ผู้ใหญ่ดู การดูดคำหยาบคายในบางขณะ บลาๆ

ถึงจะเซ็นเซอร์ ห้ามไปสักเท่าไหร่ แต่สิ่งเหล่านี้ เมื่อเขาโตขึ้น เขาก็ต้องเจออยู่ดี หรือไม่ต้องรอให้โต เขาก็ต้องเห็นจากคนรอบข้างอยู่ดี

ทำไมไม่ให้เขาเห็นเพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้อย่างที่ถูกที่ควรจากตัวคุณเล่า

วิธีสอนมีอยู่มากมาย มันต้องมีสักวิธีที่เหมาะกับลูกคุณนั่นแหละน่ะ

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าตนไม่เริ่มทำเองเสียบ้าง ใครจะมานั่งช่วยคุณได้ในทุกเรื่อง??

แต่ถ้าคุณทำแล้ว ลูกมันก็ยังไม่ได้ดี ก็อย่างที่ได้บอกไป ทำใจซะบ้างเหอะ

งานนี้โทษใครไม่ได้ โทษตัวคุณก็ไม่ได้

เพราะบางคนก็อาจเกิดมาเพื่อจะเป็นแบบนั้น หรือเลือกที่จะเป็นแบบนั้นเอง จะไปโทษใครได้ยังไง?

 

***************

 

พักเบรกท้าย entry กับเรื่องของเด็กคนหนึ่ง

ตัวเองไม่เคยเจอหรอก แต่อาจารย์สอนว่ายน้ำสมัยที่แมวอยู่ชั้นประถม แกเคยเล่าให้ฟัง ว่ามีครอบครัวหนึ่งแกพาลูกสาวมาเรียนว่ายน้ำกับอาจารย์ (แต่คนละวันกับที่แมวมาเรียน) แล้วแกก็หนีบลูกชายที่อายุประมาณ 5-6 ขวบมาเล่นน้ำด้วย เป็นเด็กที่เวรตะไลอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อดูจากพ่อแม่พี่สาวซึ่งก็ออกจะเป็นคนสุภาพแสนดี โดยเฉพาะพี่สาวเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้เลยแหละ

เวรถึงขนาดที่ว่าชอบเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้หญิงเพื่อดูผู้หญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า (เนื่องจากผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นเด็ก ก็เลยไม่มีใครคิดว่าเด็กแกเข้ามาเพื่อแอบดู แต่แม่กับพี่สาวซึ่งรู้พฤติกรรมดี ก็เลยต้องเข้าไปเอาตัวลูกจกเปรตออกมาอยู่บ่อยๆ) ชอบแก้ผ้าลงสระว่ายน้ำ ชอบโชว์ช้างน้อยให้ผู้หญิงดู ชอบวิ่งไปแต๊ะอั๊งผู้หญิง ไม่ว่าพ่อแม่จะห้ามปรามดุด่าตีแรงๆ ยังไงก็ไม่หลาบจำ

อาจารย์แกเล่าว่า เคยถึงขนาดพ่อแม่ทนไม่ไหว ต้องจับตัวเอาเชือกล่ามไว้กับต้นไม้ตรงแถวที่่นั่งริมสระระหว่างที่พี่สาวเรียนอยู่ ก็ยังไม่เข็ด แก้มัด ก็เล่นโชว์ช้างน้อยเหมือนเดิม (ไม่มีใครห้ามพ่อแม่ไม่ให้มัดด้วย เพราะพฤติกรรมเหลือรับ เป็นที่รู้กัน) - -"

เคสนี้จะว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนลูก ก็คงไม่ได้ เพราะตัวพี่สาวก็เป็นเด็กเรียบร้อย ดูจากการพูดการจาพฤติกรรมพ่อแม่ ก็เป็นแนวพ่อแม่แสนดี แต่ไม่ได้สปอยล์ลูก 

จะว่าเพราะสังคมไม่ดี สมัยแมวยังเด็ก ถ้ายังงั้นว่าสังคมไม่ดี ตอนนี้คงเป็นนรกแตกแล้วล่ะมั้ง

เพราะฉะนั้นอย่างที่บอก บางคนมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสื่อที่เสพ สังคมที่อยู่ การอบรมสั่งสอนอย่างเดียว

แต่มันอยู่ที่จิตใจด้วย เพราะฉะนั้นต่อให้พูดรดหัวยังไง มันก็เข้าหูซ้าย ออกหูขวาอย่างเดียวแหละ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot!

โหวตไปเลย โดนใจสุด ๆ

แอบสงสัยเรื่องน้องคนนั้น ว่าจริง ๆ เค้าอาจจะมีความผิดปกติทางสมองมากกว่าการเลี้ยงดูก็ได้นะคะ(เหมือนเคยอ่านอะไรทำนองนี้จากหนังสือโลกจิตของคุณแทนไท)

#1 By K9 on 2008-04-23 21:20

โอ๊ย เห็นด้วย โดนใจหลายจุดเลยค่ะ

แล้วไอ้ที่เซ็งจิตนักก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองออกมาโวยวายเรื่องสื่อเรื่องอะไรต่างๆ นานา แล้วก็มีหน่วยงานบ้าจี้เต้นตามด้วยนี่สิ

เราสงสัยมานานละว่าไอ้การปิดซ่อนสิ่งที่คิดว่าไม่เหมาะกับเด็กน่ะมันถูกหรือ วันก่อนคุยกับเพื่อนเรื่องประเด็นการเซ็น(จน)เซ่อ เขาคิดจริงๆ หรือว่าเด็กโง่จนไม่รู้ว่าคนในจอหยิบไฟแช็กไปทำอะไรแถวๆ ปาก (เผาหนวดตัวเองเล่นมั้ง หรืออาจเป็นนวัตกรรมใหม่ของการโกนหนวด) หรือไม่รู้ว่าโจรเอาอะไรจ่อหัวตัวประกัน (คงจะเป็นหนังสือตำราเรียน) คิดไปแล้วก็ไม่รู้ว่าที่จริงเด็กมันโง่หรือว่าคนคิดกันแน่ที่โง่กว่ากัน หรือที่จริงมันคือ Stupidization กระบวนการทำให้เด็กโง่กันแน่

เสร็จแล้วก็ออกมาโวยวายกันอีก ว่าเดี๋ยวนี้เด็กไทยโง่ลง เออหนอ เจริญเถิดผู้ใหญ่ไทย

เด็กบางคน ตอนเด็กๆ ทั้งซนทั้งดื้อเหลือรับ แต่ก็โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนะ ที่สังเกตก็คือ ถึงเด็กจะร้ายกาจเหลือขอยังไง แต่ถ้าพ่อแม่ยังใจเย็น คอยอบรมสั่งสอน ถึงจุดหนึ่งเด็กก็เลิกดื้อเอง เด็กดื้อแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเขาไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เขารู้แต่จงใจทำในสิ่งที่รู้ว่าไม่ควร เหมือนเป็นปฏิกิริยาต่อต้านอะไรเทือกๆ นั้น ถ้าโชคดีเจอพ่อแม่หรือครูที่เข้าใจและรับมือได้ ก็โตขึ้นมาดีและมักฉลาดด้วย เพราะถ้ารู้จักคิดทำตัวแหวกกรอบตั้งแต่เด็ก (ถึงจะไปในทางที่ไม่ควร) เมื่อมีวุฒิภาวะมากขึ้น ก็สามารถเอาจุดนั้นไปใช้ในทางที่ควร และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ แต่ถ้าผู้ใหญ่รอบข้างไม่เข้าใจ เอือมระอาจนในที่สุดก็ตัดหางปล่อยวัด เด็กก็อาจโตขึ้นมายิ่งเกเร เสียผู้เสียคน เป็นปัญหาสังคมต่อไป

เราไม่เห็นด้วยกับการสอนเด็กแบบปิดกั้น แต่ก็ต้องมีการคัดกรองบ้าง การคัดกรองไม่ใช่ปิดไปเสียหมด แต่กรองให้เนื้อหาบางอย่างที่รุนแรงมันเบาลง ก่อนจะให้เด็กได้รู้ว่า มันมีแบบนี้นะ มันดีหรือไม่ดีอย่างไร สอนให้เขาคิดได้ด้วยตัวเองตั้งแต่เด็กน่าจะดีกว่าไม่ยอมให้คิดอะไรเลย แล้วค่อยไปแก้ปัญหาเด็กโง่กันเอาในภายภาคหน้า

#2 By Liebestraum on 2008-04-23 21:21

แหะ เขียนเพลิน ลืมแปะดาว
Hot!

#3 By Liebestraum on 2008-04-23 21:21

Hot!

เอาไปก่อนลูกนึง

เรามันก็คนปลายทางน่ะนะ ทำได้ก็เพียง "ตบเกรียนแตก" เท่านั้นล่ะแก แน่ใจว่าแกรู้ว่าชั้นกล้าตบเด็กเกรียนที่กวนตีน และกล้าที่จะตบพ่อแม่พวกมันด้วยที่ทะลึ่งสั่งสอนลูกให้ออกมาเกรียน เป็นภาระกับสังคมที่ต้องมาจัดการเยียวยา ด้วยการตบเกรียนแตก...

รอบตัวเราๆ ก็มีตัวอย่างคนที่ตอนเด็กๆ เลว แต่กลับตัวได้หลายคน ชั้นเลยไม่ค่อยเข้าใจว่า ไอ้เด็กสมัยเนี้ยมันบ้ากันจนไม่รู้ตัวเลยเหรอว่า จุดไหนควรกลับตัว? มันหลงระเริงกันจนไม่มีลิมิตเลยเหรอ? ทำไมมันไม่เหมือนรุ่นเราวะ? ทั้งๆ ที่อายุก็ห่างกันไม่กี่ปีเอง

(พอดีกว่า เดี๋ยวเค้ารู้ว่าเราอายุเท่าไหร่)

#4 By cosmoguy on 2008-04-23 22:16

ประเภทเกรียนที่ว่าพบเจอได้ในโรงเรียนมัธยมทั่วไปค่ะ =_=" โรงเรียนไหนบ้างที่ไร้เกรียน

พ่อแม่รวยแล้วสปอยล์จนเด็กเสียก็มี วุฒิภาวะเด็กไทยนับวันยิ่งต่ำลงๆ ขณะที่ตัวยิ่งโตขึ้นๆ(ลูกผู้ว่ากทม.คนปัจจุบันเป็นต้น) Hot!

นุ่มล่ะขำเกรียนประเภทนี้ รวย มีเงินใช้ พ่อแม่ตามใจ มีอยู่วันมันเดินมาถาม

"ถ้านุ่มไม่ติดจุฬาแล้วเราติดจะทำไง"

แอบหัวเราะก๊ากในใจ คนรู้ทั่วกันเรื่องผลการเรียนและพฤติกรรมของมัน = ='

"เข้าราม..." ตอบสั้น ห้วน และเดินหนี

สุดท้าย รอบเข้าสัมภาษณ์มันไม่ผ่านด้วยซ้ำ...

ไอ้การเซนเซอร์ทุกวันนี้อยากบอกว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ขวดเหล้ามวนบุหรี่มองแวบเดียวก็รู้ว่ามันเป้นเหล้ากับบุหรี่ = =' ยังสงสัยอยู่ว่าจะทำไปทำไมไม่ทราบ ตามข่าวเวลามีศพคนตายก็หาอะไรมาบังมาเซนเซอร์กลัวเด็กเห็นภาพความรุนแรงหรืออย่างไรไม่ทราบ

เมื่อวันก่อนดูบุญชูเอามาฉายใหม่ บางทีเวลามีคำหยาบจะมีเซนเซอร์ตู๊ดขึ้นบังซึ่งนุ่มค่ดว่าเวอร์ชั่นสมัยก่อนมันคงไม่มีหรอก ฉะนั้นจะว่าเด็กสมัยนี้เสียเพราะสื่อมันก็ไม่ถูก
ถูกกกกHot!

#6 By ฟิวส์ on 2008-04-24 09:56

พ่อแม่ก็เรียนการเรียกร้องบ้าบอพวกนี้มาจากนักเรียกร้องสทิธิมนุษยชนอีกที เก่งนักล่ะเรื่องพวกนี้

ผู้ปกครองเด็กเข้ามาอ่านด่วน
เผื่อจะกลับไปคิดอะไรๆได้บ้าง
โทษที่ตัวคนนั่นแหละ

#7 By cvane on 2008-04-24 10:17

Hot!

อาการชอบโชว์ของลับเป็นความผิดปกติทางเพศอย่างหนึ่งค่ะ

อันนี้ต้องบอกว่าน่าสงสารน้อง

โดนใจเหลือเกิน พ่อแม่สมัยนี้โทษแต่นู้นนี่ ถ้าทุกคนลองปรับตัวเองสักนิด สังคมคงดีขึ้นอีกเยอะ

"เปลี่ยนคนอื่นนั้นยากกว่าเปลี่ยนตัวเอง"
ตรงใจ Hot!

#9 By Choco on 2008-04-24 11:48

ความรู้สึกของคนเป็นครูที่ไม่มีลูกเป็นของตัวเองคือ "ห่วง" และ "เหนื่อย"
ทั้งสองอย่างนั้นปริมาณมากจนอธิบายไม่ถูก

big smile

มองการ์ตูนทอมแอนด์เจอรี่ ในรูป "สื่อ" สำหรับเด็กเล็ก
ตามหลักคือต้องพิจารณาอยู่เหมือนกันค่ะ
หลักการก็เหมือนที่เจ้าของบล็อกต้องการเตือนสติผู้ปกครอง คือ ผู้ใหญ่ก็อย่างอมืองอเท้า
หากครูจะเปิดสื่อที่มีความเสี่ยงต่อการเลียนแบบให้เด็กเล็กดู
ครูก็ควรจะต้องให้คำแนะนำเหมือนพ่อแม่นั่งแนะนำเด็กเช่นกัน


สิ่งที่พยายามทำอยู่ทุกฝ่ายคงจะเป็นการช่วยลดปริมาณ ลดความถี่ของสิ่งเร้า
และ "ผู้มีวุฒิภาวะสูงกว่า" ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู หรือแม่บ้านที่กวาดพื้น
สามารถจะช่วยเด็กได้ ตั้งแต่ช่วยสอน ช่วยสังเกต ช่วยแนะนำ ช่วยปราม ช่วยสนับสนุน

ปัจจุบันนี้ ภาวะที่บีบให้ครู "ไม่กล้าแตะ" มากขึ้นนะคะ
แทบจะเรียกว่า มาตรการท้ายสุดที่ทำได้คือ รายงานผู้ปกครอง
และถ้าผู้ปกครองถือ คำรายงาน นั้น เดินคอตกมาหาครูเช่นกัน กับคำสารภาพว่า "ฉันทำอะไรไม่ได้แล้วครู"
แล้วเราจะ?

พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะได้เปรียบกว่าตรงที่
ท่านดูแลเด็กจำนวนน้อยกว่า ด้วยความใกล้ชิดและสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่า

big smile

และจะต้องอยู่กับผลของสายใยนั้นไปตลอดชีวิต

Hot!

#10 By neverbeen kiss* on 2008-04-24 12:07

อ่านเอนทรี่นี้แล้วสะใจสุดๆ
จริงๆนะ สมัยนี้คนมันโวยวาย ชอบ "สิทธ"ิ มากกว่า "หน้าที่"
พวกลูกยิงคนโทษเกมก็ดี
พวกโดดตึกเพราะเสือกเลียนแบบไอ้มดแดงก็ดี

ลูกคุณมันโง่เองนี่หว่า
question Hot!
เวลาโบ้ยได้ หาอะไรระบายได้คนชอบโบ้ยครับ...

เพราะมนุษย์ที่ชอบรับความผิดพลาด รับผิดชอบตัวเองนั้นหายากส์

#12 By on 2008-04-24 12:27

เด็กมันคโง่เองล่ะที่เอาของมาไล่ฟาดเพื่อนฮ่าๆ ตลกดีเนาะใครๆเค้าก็ดูกันน่า ทอมเเอนด์เจอรี่ แต่ได้ยินว่าที่อังกิดเค้าเซนเซอร์การ์ตูนเรื่องนี้เพราะมีฉากที่ทอม สูบซิกกาบ่อย

#13 By fangkhaow on 2008-04-24 12:30

แล้วจะมี เรต ไว้ทำไมล่ะ
ก็เอาไว้ให้คุณพ่อแม่ดูจะได้รู้ว่าเรื่องนี้ลูกควรดูไหม
ไม่ได้ทำตามที่เขาจัดให้ จะไปร้องแร่โทษคนโน้นคนนี้ได้ไงอ่ะเนอะ

น้องเราชอบดูทอม+เจอรี่ ตั้งแต่เด็กๆ ไม่เห็นมันไปทุบหัวใครเลยอ่ะ นอกจากหัวเราะ เอื้อกๆๆ

น้องคนที่ชอบแอบดูผู้หญิง น่าจะมีปัญหา เป็นเด็กพิเศษ อะไรประมาณนั้น

หรือไม่ก็ ต่อหน้ากับลับหลัง ครอบครัวนี้เขาอาจมีความลับก็ได้ เหอๆๆwink

#14 By \\(..U 3U..)// on 2008-04-24 14:29

ดิฉันเชื่อว่าการเลี้ยงลูกขึ้นอยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครองค่ะ และไม่ใช่สักแต่สอนด้วยวาจา แต่อยู่ที่การทำตัวเป็นตัวอย่างของลูกอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ตอนเด็กๆ ดิฉันก็ดูโทรทัศน์ อ่านการ์ตูน รับสื่อทุกอย่าง แต่หลักการใช้ชีวิตและความประพฤติทุกวันนี้มาจากสิ่งที่เห็นแม่เรา ญาติเรา คนรอบข้างเราทำ เอาง่ายๆ แม่ไม่เคยสอนว่าลูกอย่าทิ้งขยะ แต่ท่านเองไม่เคยทำ เราก็ไม่ทำ ท่านบ่นว่าคนโกง เห็นแก่ได้ ทำให้ส่วนรวมเสียหาย และตัวท่านเองก็ไม่เคยโกงใคร และได้รับการยกย่องนับหน้าถือตาว่าเป็นคนสุจริต ซื่อตรง เป็นตัวอย่างที่ดี ท่านช่วยคน ไม่นินทาว่าร้าย และมักชี้ให้เห็นว่าคนที่ทำร้ายคนอื่นผลสุดท้ายเป็นอย่างไร และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ดิฉันจึงไม่เคยเอาละครโทรทัศน์หรือสิ่งที่พบเห็นจากสื่อมาเป็นสาระ เพราะตัวอย่างที่ดีีมีอยู่ใกล้ตัวอยู่แล้ว ทุกวันนี้มีหลักในชีวิต มีความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราได้รับการสั่งสอนมา และเชื่อว่าถ้าพ่อแม่ทำหน้าที่ "ตัวอย่างที่ดี" ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เป็นคนมือถือสากปากถือศีล ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะลูกคุณจะมีภูมิคุ้มกันที่ดีติดตัวไปตลอด

#15 By RogerWilco on 2008-04-24 15:31

อ่านแล้วนึกถึง คืนนั้น

ดูรายการ วู้ดดี้ฯ ตอนพี่แอน ทองประสมมาเป็นแขกรับเชิญ

วู้ดดี้สัมภาษณ์เรื่องครอบครัว อนาคต อะไรทำนองนี้

พี่แอนตอบว่าไม่อยากมีลูก เพราะว่ายังไม่พร้อม

เราก็งง ไม่พร้อมยังไงวะ เงินก็มี งานก็มี อายุก็โอเค ชีวิตก็สมบูรณ์ดี

แต่พอได้ยินเหตุผลแล้วก็อึ้ง

ถ้าเราจะให้เค้าเกิดขึ้นมา เราต้องพร้อมที่จะดูแลเค้า

ไม่ใช่ปล่อยให้เค้าอยู่กับพี่เลี้ยงแล้วเราต้องไปทำงานนอกบ้าน ไม่มีเวลาอบรมเลี้ยงดูเค้า

แต่ตอนนี้แอนยังไม่พร้อม แอนต้องทำงานอีกเยอะ



สมกับที่เป็นทูตยูนิเซฟจริงๆแหละ

Hot!

#16 By iDoi* on 2008-04-24 15:33

ไอ้เคสหลังนี้สงสัยโดนนำไปสู่การแบนชินจังแหงมๆsad smile

ถูกใจครับHot!
ใช่เห็นด้วยกับการไม่ทำตัวเองให้ดีแล้วโทษแต่คนโน่นคนนี่โทษแต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวชอบมากความคิดแบบนี้

#18 By คนชอบ (210.86.135.37) on 2008-04-24 15:50

คือ เค้าจะคิดว่า สิ่งที่เ้ค้าทำนั้น เป็นสิ่งที่ดีแล้ว

เค้าหา เค้าสอน แต่สิ่งที่ดีๆไปแล้ว

แต่ที่ผลมันออกมา ไม่ดี หรือไม่เป็นไปตามที่คิดไว้

เพราะมี ปัจจัย อื่นๆมาทำให้ลูกของเค้ากลายเป็นแบบนี้

#19 By D û D e ` z on 2008-04-24 16:53

ขอบคุณสำหรับที่คอมเมนต์ และทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ รวมทั้งทุกดาวที่ทุกมอบให้ด้วย 55

จขบของมอบจ๊วบบบบบบให้เป็นของขอบคุณค่ะ 55 จะรับกันมั้ยเนี้ย

ตอนแรกก็เสียวๆ อยู่เหมือนกันว่าคนอ่านจะรับได้ป่าว เพราะเนื้อหาค่อนข้างล่อแหลมอยู่เหมือนกัน

แต่พอวันรุ่งขึ้นเข้าเอ็กซ์ทีนเห็นไปอยู่ใน Hotpost แล้วตกใจค่ะ 55 ไม่น่าเชื่อแฮะ

สำหรับเรื่องเด็กคนนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าแกจะเป็นเหมือนที่หลายๆ คอมเมนต์บอกรึเปล่า เพราะตัวเองก็เคยได้ยินเกี่ยวกับเด็กบางคนที่ตอนเด็กๆ มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่ตอนโตก็หายนะคะ

และส่วนใหญ่ที่หายก็รู้สึกจะประมาณว่า โตขึ้นก็เริ่มคิดเองได้น่ะค่ะ จะด้วยเพราะปฏิกิริยาของคนรอบข้าง และด้วยการสั่งสอนที่เริ่มซึมลึกเข้าไปด้วยรึเปล่า อันนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจนักน่ะค่ะ(แต่ตอนเขียนแล้วนึกย้อนก็รู้สึกเหมือนคุณเซน หยินและหยางเหมือนกันว่า พฤติกรรมแบบนี้มันคล้ายพฤติกรรมชินจังจริงๆ แฮะ)

#20 By kuroneko on 2008-04-24 21:18

ขึ้นฮอทโพสเยี่ยงนี้page view คงถึงหมื่นสามพันในเร็ววันกระมัง ขอให้โชคดีกับการหาถ่านใส่แทเบล็ตsad smile
Hot! Hot! Hot!

เห็นด้วยค่ะ ผู้ปกครองสมัยนี้ปกป้องเด็กเหมือนเด็กคิดอะไรเองไม่เป็น
แล้วในที่สุดเด็กก็คิดเองไม่เป็นจริงๆ เป็นหุ่นให้พ่อแม่จับเดินไป

เราเบื่อเกรียนประเภทที่ออกมามาบอกว่า หนูยังเด็ก หนูมาใหม่ หนูไม่มีวุฒิภาวะพอ สังคมต้องให้อภัยหนูมากๆ เลยล่ะค่ะ
พฤติกรรมแบบนั้นก็สะท้อนถึงการอบรมและการเรียนรู้ด้วยล่ะนะ

กับคนบางคน แม้จะเรียนไปขนาดไหนก็ยังไม่รู้ขึ้นมาเลย

#22 By Aijou~ on 2008-04-25 08:03

Hot!
คนเรา sad smile คิดว่าอยู่ที่
ตัวเด็ก ครอบครัว สังคม ประกอบๆกัน
สำคัญที่ใจ

แล้วเด็กคนนั้นเค้าเป็นอะไร เป็นยังไงบ้าง?

#23 By antzzer on 2008-04-25 11:45

โดน จริง ๆ เน๊อะ มือใหม่ ช่วยแนะนำน่อยนะ

#24 By nataree (222.123.128.221) on 2008-04-25 14:33

อ่านแล้วรู้สึกไม่อยากมีลูก ไม่อยากมีครอบครัวให้มาเป็นภาระต้องสั่งสอนเลย เกิดเลี้ยงไม่ดีขึ้นมาเราจะมานั่งเสียใจ

#25 By พลอย (117.47.222.55) on 2008-04-25 20:24

โอ้ว ขึ้น hot เลย เอ็นทรี่นี้ ตายจริง เราไปทำอะไรอยู่เนี่ย ไม่เห็นเลย เพิ่งมาเห็นวันนี้เอง Hot!

ตอนเด็กๆ เราก็เคยพูดคำหยาบตามในหนังสือการ์ตูน ด้วยความไร้เดียงสา (เหรอ) ก็ในการ์ตูนพูดแล้วมันเท่นี่หว่า แต่แม่ก็สอนว่ามันคำหยาบนะ พูดแบบนี้ไม่ดี บลาๆๆ เราก็จดจำ และโตขึ้นมาเป็นคนที่ดีได้ (มั้ง ไม่งั้นคงไม่มีคนคบ 555)
พ่อแม่ในปัจจุบัน คงหาได้ยากแล้วมั้งที่จะมาดูแลและสั่งสอนสิ่งดีๆ ให้ลูกกันแบบนี้ ก็เชื่อว่ายังมีแหละ แต่คงเป็นส่วนน้อยเหลือเกิน

กรณีทอมแอนด์เจอร์รี่ ได้อ่านกระทู้นั้นเหมือนกัน ก็พอเข้าใจผู้ปกครองนะ แต่พบกันครึ่งทางดีกว่า ทางโรงเรียนก็อย่าเปิดทิ้งให้เด็กดู ส่วนผู้ปกครองก็ต้องสอนลูกด้วย

ส่วนกรณีเด็กน้อยคนนั้น แย่งใครมาเกิดรึเปล่าฟะ - -" ถึงผิดพ่อผิดแม่ผิดพี่ได้ขนาดนี้

#26 By Piggy on 2008-04-28 22:47