ตอนแรกว่าจะรวมเรื่องเอ๋อของตัวเอง แต่อันนี้รู้สึกเป็นเหตุการณ์สดใหม่กว่า ขออนุญาตเอามาเขียนขั้นจังหวะก่อนแล้วกันเน้อ

อย่างที่หลายตัวอาจจะทราบแล้ว (หรือยังไม่ทราบก็ช่างเหอะ) เมื่อเสาร์ที่ 10 ธันวาที่ผ่านมาไกล๊ไกลข้าพเจ้าไปผ่าฟันคุดมาล่ะเมี๊ยว

เรื่องมันเริ่มจากเมื่อวันพฤหัสที่ 7 อยู่ดีๆ ก็เกิดปวดฟันอีกแล้ว ซึ่งหลังจากทนมานาน คราวนี้ก็เลยตัดสินใจว่า เป็นไงเป็นกัน จะถอนหรือจะอุดก็ช่างหัวมันเหอะ

โดยไอ้เรื่องปวดฟันเนี่ย ต้องขอย้อนความซะนิดหนึ่งก่อนว่า เมื่อประมาณสักกลางปีที่แล้ว จู่ๆ ไอ้ที่อุดฟันก็เกิดพร้อมใจกันหลุดทั้งสองซี่ ทั้งซ้ายและขวา แล้วไอ้ฝั่งซ้ายหลุดไปก็ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ฝั่งขวานี่สิ ไปๆ มาๆ ถึงขั้นเคี้ยวข้าวด้านขวาไม่ได้ เพราะโดนทีไรเสียวทุกที (อั๊ย) แถมยังเกิดอาการปวดหนึบๆ เป็นระยะ ตัวเองก็เลยเข้าใจผิดมาตลอดว่าสงสัยเป็นเพราะที่อุดมันหลุด มีเศษอาหารหล่นลงไปก็เลยปวดฟัน

ส่วนสาเหตุที่เข้าใจผิด เนื่องมาจากตามที่เคยมีผู้มีประสบการณ์การผ่าฟันคุดเล่าให้ฟัง เวลาฟันคุดอักเสบมักจะบอกว่าปวดฉิบหาย ปวดวายป่วง ปวดจนทนไม่ได้ น้ำตาไหล แต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะปวดถึงขั้นนั้นซะกะที ก็เลยคิดว่าคงเป็นปวดฟันธรรมดา (โถ เข้าใจหน่อยสิเมี๊ยว แมวบ่เคยมีประสบการณ์ - -")

ว่าแล้ววันพฤหัสฤกษงามยามดีอยากอู้งาน - -" ก็เลยตรงดิ่งไปหาหมอฟัน (ขืนไปวันเสาร์ตูคงไม่ได้ไปซะทีเพราะมักติดนัดประจำสำหรับวันเสาร์)

คุณหมอก็บอกว่า ที่ปวดเนี่ยไม่ใช่เพราะที่อุดหลุดหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะฟันคุดต่างหากล่ะคะ ว่าแล้วก็เอากระจกส่องให้ดู (ในใจตูก็บอกว่าจะส่องให้ดูทำไมฟะ ตูไม่อยากเห็นสภาพสถานการณ์จริงเฟ้ย - -")

แล้วคุณหมอก็เลยนัดว่าวันเสาร์นี้มาผ่าซะนะคะ ผ่าเร็วๆ จะดีต่อแมวเอง - -" แมวก็อืม - -" ผ่าก็ผ่า - -"

แน่นอนว่าพอทุกคนรับรู้ว่าแมวจะต้องไปผ่าฟันคุดวันเสาร์ แต่ละคนก็ช่างปลอบใจแมวดีจริงๆ เริ่มจากน้องปลาน้อยรุ่นน้องที่ทำงานผู้เคยผ่านประสบการณ์ผ่าฟันคุดมาแล้ว...

น้องปลา "โห พี่ เวลาไปผ่า บอกเค้าว่าผ่านะพี่ อย่าถอน ตอนหนูไปนะ หมอเค้าถอน แล้วเป็นหมอผู้หญิงด้วยอ่ะ ว่าแต่หมอพี่ผู้หญิงผู้ชายคะ?"

แมวดำ "ผู้หญิงน้อง"

น้องปลา "โห ผู้หญิงอ่ะตัวดีเลยพี่ แรงไม่ค่อยมี ตอนปลานะ งัดกันจนเลือดท่วม แล้วตอนนั้นมีหนองด้วย เงือกอักเสบ ฉีดยาชาไปโดนหนอง ยาชาเลยไม่ออกฤทธิ์ ยังกะผ่าสด กว่าจะเสร็จแทบสลบ"

แมวดำ "........."

กลับมาบ้านอาเฮียที่บ้านเล่าประสบการณ์แฟนสาว (ว่าแต่ยังสงสัยอยู่ว่ามันก็เคยผ่าทำไมมันไม่เล่าของมันฟะ)

อาเฮีย "อะไรนะ แมวดำจะผ่าเรอะ โหยตอนไอ้ผึ้งนะ มันปวดจะเป็นจะตายเลย โหยมันถอนที 4 ซี่ กลับมาบ้านหลังผ่านะ ปวดสุดๆ ว่าแต่ของแมวผ่ากี่ซี่ล่ะ"

แมวดำ "........... ซี่เดียว"

จำได้นะว่าบอกไปซี่เดียว พอคุณหญิงแม่กลับจากมาเที่ยวทำไมกลายเป็นว่า "อะไรนะ เห็นอาเฮียบอกว่า แมวจะผ่า 4 ซี่เรอะ"

งอกจากไหนมาอีกสามซี่วะ - -" แค่ซี่เดียวก็ไม่อยากจะผ่าแล้ว....

ดึกคืนนั้นโทรไปหาพี่หญิงใหญ่ พี่หญิงก็ให้โอวาทติดปลายนวมมา

พี่หญิงใหญ่ "โอ๊ยแมวดำ คนเราทุกคนก็ต้องผ่าฟันคุดกันทั้งนั้นแหละ เป็นเรื่องปกติ (จริงเหรอ?) อย่าไปคิดมาก พี่หญิงใหญ่ก็เคยผ่า ไม่มีอะไรมากหรอก หมอเค้าก็จะฉีดยาชาให้ จากนั้นก็จะเอามีดกรีดไปที่เงือก ไม่เป็นไรไม่เจ็บหรอก มีดกรีดนิดเดียว เดี๊ยวก็เสร็จ จะได้งัดขึ้นมาได้ แค่มีดกรีดเอง

เลือดออกไม่เยอะหรอก ไม่เจ็บด้วย"

ว่าแต่จะย้ำคำว่ามีดกรีดทำไมวะเนี่ย - -"

วันเสาร์ขณะกำลังจะไปผ่า...

คุณพี่หญิงรองที่มะค่อยจะได้เจอกันก็ให้กำลังใจทิ้งท้าย

"อ้าว แมวดำจะไปผ่าฟันคุดเหรอ โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอก แต่ให้เค้าผ่านะ อย่าถอน เพราะตอนพี่หญิงรองนะ หมอมันทำไม่ดี ใช้ถอน โอ๊ยเลือดท่วมเลย ถ้าทำไม่ดีก็เลือดออกเยอะเลยแหละ ว่าแต่จะไปผ่ากี่โมงล่ะ"

แมวดำ "................เนี่ย ได้เวลาแล้ว"

นี่ก็อีกคน จะย้ำเรื่องเลือดทำไมฟะ - -"

แล้วระหว่างที่เดินทางไปร้านหมอฟัน ระหว่างเกาะท้ายมอเตอร์ไซค์อยู่ดีๆ หนังยางรัดผมที่เพิ่งใช้ครั้งแรก ขาดซะอย่างนั้น (เพิ่งรัดก่อนออกจากบ้าน เป็นลางอะไรป่าวฟะ)

ว่าแล้วพอไปถึงก็นั่งแต่วอยู่สักพักก่อนหมอจะพาเข้าห้องผ่า - -" ซึ่งคราวนี้เป็นหมอผู้หญิงคนละคนกับตอนไปอุดฟัน

ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าตัวเองไม่ถูกโรคกับการไปหาหมอฟันมากกกกกกกกกกกกกก เพราะประสบการณ์อันยาวนานเกี่ยวกับการหาหมอฟันนั้นช่างไม่โสภาเอาเสียเลย

ก็เลยเข้าไปหาหมอฟันด้วยอาการตุ๋มๆ ต่อมๆ - -"

มาถึงคุณหมอก็บอกเลยว่า นอนลงเลยนะคะ ขอหมอดูฟันหน่อย อ้าวมีฟันผุด้วย ถอนอีกซี่นะคะ ตรงข้ามกัน - -"

ว่าแล้วคุณหมอก็จับฉีดยาชา ตูยังไม่ทันอนุญาตเลยว่าจะถอนอ๊ะป่าว - -" พูดเสร็จก็เอาผ้าสีเขียวแบบที่เขามีช่องโผล่ไว้สำหรับส่วนที่ลงมีดหมอเวลาผ่าตัดมาคลุมหน้าด้วย (รู้สึกจะเป็นกฎของที่นี่ ตอนไปอุดก็เจอแบบนี้เหมือนกัน แปลกดี เพิ่งเคยเจอ - -")

คุณหมอ "หมอจะฉีดยาชานะคะ เจ็บหน่อยนะคะ" (เฮ้ย ปกติมันต้องพูดว่าไม่ค่อยเจ็บ แค่มดกัดไม่ใช่เรอะ พูดแบบนี้กลัวนะเฟ้ย)

เข็มที่หนึ่งผ่านไป

เข็มที่สอง....

คุณหมอ "ขออีกทีนะคะ เจ็บหน่อยนะคะ ดีค่ะ" (เฮ้ย จะพูดย้ำทำไมเนี่ย)

เข็มที่สาม...

คุณหมอ "อันนี้เจ็บหน่อยนะคะ เจ็บมากกว่าซี่ที่แล้วอีกนะคะ เพราะฉีดตรงนี้มันบลาๆ (อะไรสักอย่างที่ฟังไม่รู้เรื่อง) เลยจะเจ็บหน่อยนะคะ" (แล้วจะพูดให้ตูกลัวทำไมฟะเนี่ย แมวกลัวนะเฟ้ย)

ฉีดไปทั้งหมดสามเข็ม - -" แน่นอนว่าทั้งสามเข็ม แมวเอาอุ้งตีนขวากำเสื้อแน่นเลยเมี๊ยว - -" (เฮ้ย ก็แมวกลัว จะทำไมฟะ)

สักพัก หมอก็เริ่มเอาเครื่องมือทำฟันขยับๆ ตามฟันพร้อมถามว่าเจ็บมั้ยๆ

พอแน่นอนว่ายาชาเริ่มออกฤทธิ์ก็เลยทำการถอนฟันซี่บนออก

ผ่านไปด้วยความรวดเร็ว (หมอที่นี่ทำอะไรเร็วชะมัด ตั้งแต่ตอนอุดฟันแล้ว แป๊บเดียวเอง - -") หมอก็ถอนฟันซี่แรกเสร็จ สั่งให้ลุกขึ้น บ้วนปาก

แล้วก็พาไปเอกซ์เรย์ฟัน จากนั้นกลับมาที่เดิม หมอให้ทานยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบไปอย่างละ 2 แต่เนื่องจากปากชาไปแล้วกลืนไม่ถนัดเลยกินไปแค่ยาแก้ปวด 2 เม็ดกับแก้อักเสบหนึ่ง แก้อักเสบเม็ดสุดท้ายต้องแอบบ้วนทิ้ง ตูจะรีบผ่าาาาาาาาาาาา (เค้ากัวจริงๆ นะเมี๊ยว แต่อยากจะรีบผ่าให้มันเสร็จๆ)

และแล้วเราก็มาถึงช็อตเด็ดกีฬาดัง(?)

นั่นก็คือ.....

การผ่าฟันคุดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหมอก็สั่งให้นอนลงพร้อมกับสั่งให้อ้าปาก แล้วก็ยัดเครื่องมือค้ำปากให้งับเอาไว้ เพื่อไม่ให้ปากหุบลงมาระหว่างผ่า (นี่ก็เพิ่งเคยโดนเหมือนกัน ในชีวิตนี้ ถ้าไม่นับครั้งนี้เพิ่งเคยถอนฟันสองครั้งเอง)

คุณหมอ "อุ้ย กัดปากตัวเองเหรอคะ?"

แมวดำ "เอี๊ยวๆๆ" (ไม่ได้กัดโว้ย)

คุณหมอ "อ้าว แล้วทำไมตรงข้างแก้มมีแผลล่ะคะ"

แมวดำ "เอี๊ยวๆ" (จะไปรู้เรอะ)

คุณหมอ "อ้อ คงจะไม่รู้ตัว สงสัยคงเพราะชา"

แมวดำ "........" รู้แล้วจะถามตูทำไมวะ......

คุณหมอ "ถ้าอย่างนั้นคุณหมอจะทำการผ่าฟันแล้วนะคะ"

เมี๊ยว ว่าแล้วแมวก็เกร็งอุ้งตีนกำเสื้อแน่นอีกรอบ พร้อมแล้วเอาเลยเมี๊ยว

คุณหมอ "ถ้าตอนถอนแล้วรู้สึกเจ็บตรงไหนก็บอกทันทีเลยนะคะ"

แมวดำ "เมี๊ยว"

แล้วระหว่างนั้นอะไรนิดอะไรหน่อยแมวก็เลยร้องเมี๊ยวตลอด ก็คงมันจิตใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัวนี่หว่า อะไรอะไรหน่อยก็เลยเอะอะไว้ก่อน - -"

แล้วระหว่างผ่านไปได้สักหลายนาทีที่เหมือนกับผ่านไปได้เป็นชั่วโมงๆ ในความคิดของแมวนั้น คุณหมอก็พูดขึ้นมาว่า

"เอ่อ ฟันถอนยากจังค่ะ ขออนุญาตใช้สกรูว์หน่อยนะคะ จะได้ดึงออกง่ายๆ"

สกรูว์.........

สกรูว์ = สว่าน......
..............................
...................
.............
.........
.....
สกรูววววววววววววววววว์!!!!!!!!!!!!!!

ในขณะที่แมวกำลังคำรามแบบนั้นในใจก็มีเสียงหวี่ดังลั่นขึ้นในห้องผ่าฟัน

คุณหมอแกเอาสกรูว์เจาะฟันแมววววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ตอนคุณหมอเอาสกรูว์ลง สะเทือนไปทั้งหน้าเลย รู้สึกเหมือนหน้าสั่นหงึกๆๆๆๆๆ ตลอด พอรู้สึกแบบนั้นอุ้งตีนแมวตรงขาล่างก็เลย....

พั่บพั่บพั่บ พั่บพั่บพั่บ

อุ้งตีนขาขวาของแมวกระดิก........ ครบเซ็ต อุ้งตีนซ้ายกระดิกต่อในจังหวะและเซ็ตเท่ากันเป็นลูกคลื่น....... - -"

แถมเจือกกระดิกเป็นจังหวะอีกแน่ะ ไอ้บ้า! ตูกลัวอยู่นะเฟ้ย!! กระดิกทำไมฟะ!!!

กระดิกได้สักแป๊บเหมือนคุณหมอแกเหลือบไปเห็นอุ้งตีนแมวที่กระดิกอยู่ คุณหมอเลยพูดออกมาว่า

"อยู่เฉยๆ นะคะ อย่ากระดิกอุ้งตีนค่ะ"

แมวดำ "................" (เค้าป่าวกระดิกนะ มันกระดิกเองอ้า ก็มันสะเทือนนี่ - -")

พอแมวหยุดกระดิกเท้าคุณหมอแกก็คุยกับผู้ช่วยหมอ

คุณหมอ "มีกระดิกอุ้งตีนด้วย ท่าทางจะเป็นวัยรุ่นอารมณ์ดี วัยรุ่นก็งี้แหละ"

ขอย้ำ!! ตูไม่ได้อารมณ์ดีเฟ้ย! มันกระดิกไปเอง! 0_T

แล้วหมอก็ลงมือเอาสกรูว์เจาะต่อไป แล้วท่ามกลางเสียงหึ่งๆ หน้าสั่นกึกๆ แมวก็เริ่มสติหลุดลอย..... ออกแนวไม่ยอมรับความจริงว่ากำลังผ่าฟันคุดอยู่....

แล้วสักพักก็เหมือนได้ยินเสียงแว่วๆ....

"sd203rjklmwlj"

เอ๊ะ?

ตอนได้ยินครั้งแรกนึกว่าหูแว่ว เพราะเสียงที่ได้ยินมันเป็นเสียงผู้หญิงงึมงำประโยคอะไรสักอย่าง แต่แป๊บเดียวก็

"sdkjfwe84wjkfj ....."

อ๊ะ... อ้อ....

พอลองเงี่ยหูฟังดีๆ ก็พบว่าเสียงที่แว่วเข้ามาเป็นเสียงผู้หญิงใครสักคนกำลังร้องเพลงฝรั่งอยู่

ในนี้มีเปิดวิทยุด้วย.... โอ้! อเมซิ่ง! เกิดมาเพิ่งเคยเจอมีการเปิดวิทยุในห้องทำฟันด้วย

แล้วแมวดำก็เผลอลืมตัวฟังวิทยุซะอย่างนั้น....... - -"

ลืมตัวฟังเพลงเพลินจริงๆ มารู้สีกตัวอีกทีก็ตอนที่หมอเอาสกรูว์ลงอีกรอบ...

โอ๊ะ! มันเอาสกรูว์ลงอีกรอบ ฟีนตูมันทำไมกันนักกันหนาหรือไงฟะ

พอมาหนนี้รู้สึกเหมือนหมอเอาสกรูว์ลงนานจัง ว่าแล้วอาการพานิคก็เกิดขึ้นกับแมวดำอีกรอบ

ไอ้บ้า! ลงนานไปแล้วเฟ้ย! จะเจาะให้ทะลุเงือกตูหรือไงฟะ! (ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจริง ๆ ให้ดิ้นตาย - -")

เอาสกรูว์ลงเสร็จ หมอก็ลงมืองัดฟันอีกรอบ สักพักก็เอาสกรูว์ลงอีกรอบ แล้วก็งัดอีก.....

คราวนี้แมวดำพยายามหนีความจริงอีกหนด้วยการเงี่ยหูไปฟังเสียงวิทยุ แต่.....

มันกลายเป็นรายงานข่าวซะแย้ว TxT

ก็พยายามกล้ำกลืนฝืนทนจิดหลุดไปฟังข่าวเป็นระยะสลับกับกลับมารู้สึกถึงการทำงานของคุณหมอในปากแมว - -"

จนข่าวจบไปแล้ว เพลงจบไปหลายเพลงแล้ว ทำไมมันยังไม่เสร็จซะทีฟะ เฮ้ยๆ รีบเอาฟันคุดออกไม่ได้เหรอไงฟะ! ถ้ายาชาหมดฤทธิ์ขึ้นมาทำไงฟะ!! รีบๆ เอามันออกไปซะทีเซ่!!!

แมวดำเริ่มแหกปากโวยวายอยู่ในใจแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาในขณะที่เวลาช่างผ่านไปนานชะมัด เหอๆๆๆๆๆๆ

จริงๆ ในระหว่างที่คุณหมอแกปฏิบัติการอยู่นั้น แกก็พูดพล่ามอะไรสักอย่างไปด้วยเกือบตลอดเวลา แต่ด้วยความที่เสียงงุ้งงิ้งอยู่ในลำคอ (ทั้งที่พูดอยู่กับแมวดำ) ตัวเองก็เลยฟังไม่รู้เรื่อง ในใจก็ได้แต่ตะโกนรับประโยคคุณหมอไปว่า เฮ้ย! แกพูดอะไรของแกฟะ! พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ ฟังไม่รู้เรื่องโว้ย! จะทำอะไรก็ทำ พูดไปตูก็ไม่รู้อะไรอยู่ดีโว้ย! ไม่ต้องพูดแล้ว! (แมวดำเวลานี้ออกแนวสติแตกไปแล้ว........)

จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปอีกเท่าไหร่ แต่มันชั่วกัปชั่วกัลป์มากกกกกกกกกก ในความรู้สึกของแมว ในที่สุดท่ามกลางเสียงเครื่องมือแพทย์ และเสียงวิทยุ

คุณหมอก็พูดดังๆ ออกมาว่า

"เสร็จแล้วค่ะ ลุกขึ้นไปบ้วนปากได้เลยนะคะ"

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ในที่สุดมันก็เสร็จซะที \T0T/

พอลุกขึ้นมาได้คุณหมอก็บอกว่า "โอ้ ดูด้วยนะคะ ว่าเสื้อขาดหรือยัง บิดเสื้อซะแน่นเลย" (อย่างที่บอก จับเสื้อแน่นตลอดการผ่าด้วยความเอคโค่ของแมวเอง.....)

เหอะๆๆๆๆ เสื้อตูไม่ขาดหรอกเฟ้ย ตูเลือกมาเป็นอย่างดี เสื้อยืดสีดำ กะว่าถ้าเลือดกระฉูดก็จะไม่เห็นคราบเลือดชัด และเวลาเผลอตัวเกร็งจับเสื้อ เสื้อก็จะได้ไม่ยืดย้วย หรือยับเป็นรอยให้เป็นที่สังเกต 55555 (ว่าแต่คนปกติเขาต้องคิดเผื่อกันขนาดนี้เลยเรอะ)

หลังจากที่ออกมาตรงเคาน์เตอร์ด้วยอาการเอ๋อๆ พนักงานตรงเคาน์เตอร์ก็จ่ายยาให้ ตัวเองก็คิดในใจว่าอย่าบอกนะว่าจะจ่ายยาแคปซูลแก้อักเสบมาให้กินอีก (ลืมบอกว่าตอนไปอุดฟัน ขากลับหมอเขาจ่ายยาแก้ปวดกับแก้อักเสบมาให้) ไม่ทันขาดคำดีเขาก็จ่ายยาแคปซูลที่ว่ามาให้จริงๆ ตัวเองรีบร้องทันที

แมวดำ "เอี๊ยวๆ" (มีแล้ว) <---- พูดไม่ชัดเนื่องจากกัดสำลีอยู่

พนักงาน "อะไรนะคะ"

แมวดำ "อีแอ้ว" <---- พยายามง้างปากข้างที่ไม่ได้กัดสำลีพูดเต็มที่

พนักงาน "อันนี้แก้อักเสบนะคะ มีแล้วเหรอคะ?"

แมวดำ "อีแอ้ว"

พนักงานก็ก้มลงไปดูประวัติการจ่ายยา "อ้อ คราวที่แล้วหมอให้ไป 20 เม็ดแล้วนี่เนอะ งั้นไม่ต้อง...."

เฮ้อ แมวดำแอบโล่งใจ

จะไม่ให้โล่งใจได้ไงฟะ ก็ตัวเองเป็นโรคทานยาเม็ดยากกกกกกกกก ยิ่งยาแคปซูลนี่ถือว่าเป็นของที่ไม่สามารถกลืนลงไปได้ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม แล้วจะให้เพิ่มปริมาณยาแคปซูลลงไปอีกเนี่ยนะ - -"

จริงๆ แล้วก็แอบเคือง อยากรู้ว่าใครเป็นคนต้นคิดผลิตยาแคปซูลขึ้นมาให้มันมีสัมผัลในปากเหมือนอมพลาสติกฟะ ลำคอเจ้ากรรมเลยไม่ยอมกลืน - -" (โฮกกกกกกกกกกกก อยากจะร้องไห้ มันน่าอนาถอัฟเฟรดเป็นที่ยิ่ง เพราะเคยมีคดียาแคปซูลติดคอแมวตอนเป็นเด็กมาแล้ว)

พอออกมาจากคลีนิคก็เดินเตาะแตะสโลเสลออกมาคล้ายๆ คนเมายา ปรากฎว่าจนถึงตอนนี้ยาชายังไม่คลายฤทธิ์เลย ดีจัง....

แล้วก็ไปต่อมอไซค์กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ....

แต่ไอ้ตอนต่อมอไซค์เนี่ยก็เสียวๆ อยู่ เพราะปากพูดไม่ชัด ซึ่งตอนแรกตัวเองกะว่าจะเกี่ยวเอาคุณหญิงแม่ไปด้วย เพราะตอนขากลับจะได้จ้างแท๊กซี่กลับ แล้วให้คุณหญิงแม่เรียกให้ ปรากฎว่าพอถึงวันจริง คุณหญิงแกชิ่งหนีด้วยการไปออนทัวร์คนแก่กลับวันอาทิตย์ซะอย่างนั้น ตัวเองก็เลยฉายเดี่ยว...

พอกลับมาถึงบ้านตอนประมาณ 5 โมงกว่าๆ อาเฮียกำลังนั่งให้อาหารปลาอยู่ก็ถาม "ผ่าไปเท่าไหร่"

ตัวเองที่พูดไม่ถนัดก็เลยชู 3 นิ้วให้มันดู มันแหกปากทันที

"โหยสามพัน ทำไมแพงจัง ตอนไอ้ผึ้งแค่ข้างละ 60 เอง"

ตัวเอง..... - -"

ซึ่งไอ้ข้างถูกๆ เนี่ย หลังจากวันรุ่งขึ้นได้เจอน้องผึ้งน้อยก็เลยถามมันไปว่าตอนผ่าเป็นไงมั่ง น้องผึ้งก็เล่าอย่างออกรสมากกกกกกกก

"โหยพี่ ของผึ้งอ่ะไปผ่าถูกๆ ข้างละ 60 ใช้ 30 บาทรักษาทุกโรค ผ่าที 4 ซี่สองข้างเลยพี่ โหยเสียวมากเลยพี่ แบบว่าไปผ่าที่ธรรมศาสตร์ หมอที่ผ่าเป็นอาจารย์หมอ ไปตอนนั้นพอดีมีนักศึกษามาดูงานพอดี เสียวมากเลยอ่ะ ผึ้งไปนั่งอ้าปากไป หมอก็ผ่าไปอธิบายไป แล้วก็มีเสียงตะโกนมาเป็นระยะ เฮ้ยแบบนั้นผิดแล้ว เฮ้ย ต้องแบบนี้สิ เฮ้ยตรงนั้นไม่ใช่อย่างนั้น โหย แล้วพี่คิดดูดี ผึ้งจะรู้สึกยังไง....."

ตัวเองได้แต่.... คิดในใจว่าตูยอมครั้ง 2,500 แต่ไม่เจ็บ ไม่นั่งเสียว แค่ไปนอนพานิคอยู่ในนั้นดีกว่าว่ะ.....

กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ...

จริงๆ ตอนออกจากคลีนิกก็ถามหมอเหมือนกันว่าต้องกัดสำลีนานกี่ชั่วโมง หมอเขาก็บอกว่า 1 ชม.ก็ให้เอาสำลีออก ถ้ายังมีเลือดอยู่ก็กัดเข้าไปใหม่ แต่ไม่เกิน 2 ชม. กินข้าวได้

แต่พอเอาเข้าจริงๆ 3 ทุ่มไปแล้วเลือดตูยังชุ่มสำลีอยู่เลย ไอ้บ้าาาาาาาาาาา โกหกกันนี่หว่าาาาาาาาาาาา

แล้วด้วยความโมโหก็เลยเอาสำลีออกนั่งแดกมาม่านิ่มๆ ทั้งอย่างนั้น

คุณชายลงมาจากไหว้พระ เห็นแมวนั่งซู้ดมาม่าอยู่ก็ถามด้วยความงง "เลือดหยุดแล้วเรอะ"

แมวดำ "หยุดไม่หยุดก็ช่างหัวมันแล้ว หิว"

จริงๆ ตอนกินก็ทุลักทุเลเหมือนคนเป็นโรคปากเบี้ยว เนื่องจากตอนนั้นยาชายังไม่หมดฤทธิ์ดี ยังชาๆ อยู่ + กับปากอ้างไม่ค่อยได้ เวลากินก็ต้องใช้ส้อมตักมาม่า แล้วก็ต้องตะแคงซ้ายเพื่อหย่อนมาม่าเข้าปากด้านที่ไม่ได้ผ่า - -" งับมาม่าเสร็จ ก็จะมีเส้นมาม่ากับน้ำมาม่าบางส่วนไหลย้อยออกมาที่มุมปาก อาการเหมือนเวลาป้อนข้าวคนเป็นอัมพาตยังไงยังงั้น แมวนั่งซดมาม่าไป ซับปากไป อนาถสภาพตัวเองไป - -"

หย่อนมาม่าเสร็จแมวดำก็หยิบช็อกโกแลตมานั่งกินย้อมใจต่อ <---- กินย้อมใจจริงๆ เพราะปกติตัวเองจะกินช็อกโกแลตทีละไม่กี่เม็ด อันนี้กินกันแบบกลัวช็อกโกแลตหมด กินกันแบบเพลิดเพลินเจริญใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เข้าสำนวน

ผ่าฟันคุด เครียด แดกช็อกโกแลตเม็ด

ซึ่งคุณพี่หญิงใหญ่ก็เหมือนรู้ใจ วันเสาร์ก่อนที่ตัวเองจะไปหาหมอฟัน คุณพี่หญิงใหญ่ที่เพิ่งกลับจากไปสัมนาที่ออสเตรเลียก็เลยซื้อช็อกโกแลตมาฝาก ซื้อมา 3 กล่องใหญ่ 3 ชนิด วันเสาร์ที่ไปผ่ายันจรดอีกอาทิตย์ ตัวเองนั่งซัดช็อกโกแลตเหมือนไปตายอดตายอยากช็อกโกแลตมาจากไหน

ผลก็คือ.....

กลายเป็นแมวซิล่าไปแล้วตอนนี้ - -"

จริงๆ ตอนแรกที่ได้ยินว่าจะผ่าฟันคุดก็แอบดีใจ โอ้ เห็นเขาว่ากันว่าผ่าฟันคุดแล้วจะกินอะไรไม่ค่อยได้ เฮ้ จะได้ผอมซะที

แต่พอเอาเข้าจริง เพราะไอ้ความกินอะไรไม่ได้นี่แหละ เลยซัดช็อกโกแลตแก้เซ็งซะอย่างนั้น....

อ้วนสิตู.......

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านเพลิน.. หนุกจัง ของเราผ่าที่โรงพยาบาล 3000 พันอัพ.. หมอผู้หญิง..
มีคนขู่เหมือนกันเลย... ประสาทเสียมากๆ ก่อนไปผ่า หลังผ่า .. เฮ้อ..ไม่เห็นมีอะไรเลย

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2006-12-22 15:18

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮ่าๆๆๆๆ
อีคุณนายกลัวหมอฟันคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
เอิ้กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

นี่หล่อน ตอนชั้นน่ะผ่าพันสองเองย่ะ หมอ (ผู้ชาย) ทำไม่เจ็บด้วย ประมาณว่าหลังจากนั้นสองชั่วโมง ชั้นก็ไปนั่งกินเอ็มเคได้ทันที พอดีว่าหมอฟันประจำบ้านชั้นเค้าไม่ยอมทำให้ เค้าเลยโอนให้ไปทำกับอาจารย์เค้าแทนที่แถวๆ พลับพลาชัยน่ะ ทีหลังก็บอกสิยะ

แล้วหมอฟังเพลงน่ะ หมอชั้นก็ฟังย่ะ บางทีร้องตามด้วยซ้ำไป (ดีนะที่แกไม่เคยลุกขึ้นมาเต้น)

#2 By cosmoguy on 2006-12-23 07:55

ขอโทษที ไม่กล้าอ่านเพราะกลัวมาก T T ยังไงก็หายเร็วๆเน้อ

#3 By Piggy on 2006-12-23 11:28

อ่านสิลูกหมู ฮานะแก ขนาดตัวเองตอนผ่ายังรู้สึกเลยว่ามันฮาจนต้องจำเอามาเขียนบล็อกอ่ะแก

#4 By kuroneko on 2006-12-23 21:44

ก๊ากกกก

#5 By Tama on 2006-12-26 15:11

ของเราผ่าฟี
(คีนิคพี่)
ยาชา 3 เข็ม
ปื้ดเดียว
มะรุสึกไรเลย

#6 By SiLLiCAT on 2007-01-01 15:31

โอ๊ย ฮามากๆคับ อ่านไปนี่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเลยอ่ะ
55555555+
อืม ของข้าน้อยตอนแรกก็ว่าจะผ่า แต่เหงือกมันอักเสบมาก ๆ หมอคนสวยเลยบอกให้กินยาแก้อักเสบรักษาก่อนซัก 1 อาทิตย์แล้วค่อยมาผ่า

ทำไปทำมา วันนัด หมอบอกว่าดีมาก ๆ เลย ไม่ต้องผ่าแล้ว จะใช้เครื่องมือทำให้ฟันคุดแตกแล้วค่อย ๆ ถอนดึงออกมา

ซี่เดียว ... 1 พัน กับอีก 1 บาท (จะมีเศษไปทำไมนะ)

ถึงไม่ผ่าก็เจ็บอยู่ดีเหมือนกัน เหอะ ๆ ไม่เอาอีกแล้ว

#8 By ~WhiteChoc!~ on 2007-03-08 19:05

อ่านแล้วหลอน อ๊ากกก คุณอาบอกไว้ด้วยว่าเราต้องไปผ่าฟันคุดสี่ข้าง T[]T!!! กลัวน๊า ของพี่แค่ข้างเดียว โฮกกกกกก ของนุ่มสิเจอสี่ หลอนสิท่าน! เอาสกูรว์เจาะเลยเราะ โฮกกก

#9 By นุ่ม (203.148.187.196 /10.2.101.26) on 2007-05-17 08:54

ใครไม่เคยผ่าแล้วกำลังจาไปผ่า ไม่ต้องกลัวค่ะ จิ๊บ จิ๊บ แค่สอดเข็มยาชาเข้าไประหว่างเหงือกนิ่ม ๆ ตรงกลางระหว่างในสุดของฟันบนกับฟันล่าง แล้วก็แทงเข้าที่เหงือกแข็ง ๆ อีกหลายจึ๊ก
จากนั้นก็รู้สึกเหมือนเค้ากำลังขุดเจาะถนนบ้างสั่น ๆ กระเทือน ๆ เหมือนตอกเสาเข็มบ้าง
พอเสร็จแล้วเหงือกก็จะนิ่ม ๆ เละ ๆ เหมือนโดนระเบิดเหงือกมายังไงยังงั้นเลยค่ะ
เห็นป่ะไม่ต้องกลัวน่า

#10 By toei (125.25.193.161) on 2007-06-23 13:03

เพิ่มเติมอีกนิดนะคะ ตอนแทงเข็มยาชาเข้าไปตรงในสุดของเหงือกระหว่างฟันซี่บนด้านในสุดกับซี่ล่างด้านในสุดเนี่ย รู้สึกถึงเข็มว่ากำลังแทงเข้าไปเรื่อย ๆ เหมือนถึงหูเลยล่ะ

#11 By (125.25.193.161) on 2007-06-23 13:06

เหมือนกันเด๊ะ มุขก็เพิ่งไปผ่าฟันคุดมาโหตอนแรกนึกว่าจะกินไรไม่ได้ที่ไหนได้แมร่งโว้ยได้ทุกอย่างแม้กระทั้งเนื้อ

#12 By มุข (125.24.48.70) on 2008-01-11 12:50

เขียนได้ฮามากครับ

น่าจะลองไปเขียนหนังสือขายนะครับ ^^

#13 By meekung (124.121.50.124) on 2008-03-12 12:36

ขอบคุณเมี๊ยว

#14 By kuroneko on 2008-03-15 21:02